MBDA Meteor ขีปนาวุธสุดไฮเทคเสริมเขี้ยวเล็บ Gripen E ของกองทัพอากาศไทย
Meteor ขีปนาวุธไฮเทคเสริม Gripen E กองทัพอากาศไทย

MBDA Meteor ขีปนาวุธสุดไฮเทคเสริมเขี้ยวเล็บ Gripen E ของกองทัพอากาศไทย

กองทัพอากาศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการรบทางอากาศด้วยการเตรียมจัดซื้อขีปนาวุธ MBDA Meteor ซึ่งเป็นอาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แรมเจ็ต (BVRAAM) สำหรับใช้งานคู่กับเครื่องบินขับไล่ JAS 39 Gripen E/F ที่จะเข้าประจำการในอนาคตอันใกล้นี้ อาวุธล้ำสมัยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนิยามใหม่ของความเป็นเลิศทางอากาศ โดยมีประสิทธิภาพเหนือชั้นที่เสริมศักยภาพการป้องกันตนเองของเครื่องบินรบได้อย่างโดดเด่น

ประสิทธิภาพเหนือชั้นของ MBDA Meteor

ขีปนาวุธ MBDA Meteor มีเขตห้ามหลบหนี (No-Escape Zone) กว้างถึง 60 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาขีปนาวุธอากาศสู่อากาศทั้งหมดในปัจจุบัน ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่กำลังบินเข้ามาได้ไกลกว่า 200 กิโลเมตร ด้วยความเร็วก่อนกระทบเป้าหมายที่มากกว่า Mach 4 หรือประมาณ 4,900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาวุธนี้ใช้เครื่องยนต์แรมเจ็ตเชื้อเพลิงแข็งที่ดูดอากาศภายนอกมาเผาไหม้ ทำให้รักษาความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการหลบหลีก

นอกจากนี้ MBDA Meteor ยังติดตั้งระบบส่งข้อมูลสองทางที่ช่วยให้นักบินสามารถเปลี่ยนเป้าหมายได้ระหว่างพุ่งเข้าหาเป้าหมายที่กำหนด และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยอื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการทำงานและจลนศาสตร์ของขีปนาวุธ รวมถึงข้อมูลเป้าหมายหลายเป้า ระบบนำวิถีด้วยเรดาร์แบบแอคทีฟทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่มีความคล่องตัวสูง เช่น เครื่องบินรบความเร็วสูง และเป้าหมายขนาดเล็กอย่างโดรนหรือขีปนาวุธร่อน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการต่อต้านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECM) อย่างหนัก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การจัดซื้อเพื่อยกระดับกองทัพอากาศไทย

การจัดซื้อ MBDA Meteor ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสมรรถนะให้กับฝูงบินใหม่ Gripen E/F ที่จะเข้ามาทดแทนเครื่องบิน F-16 เก่า โดยคาดว่าจะมีการลงนามสัญญาจัดซื้อในเดือนสิงหาคม 2568 แม้ว่าขีปนาวุธนี้จะมีราคาต่อหน่วยสูงถึงประมาณ 60 ล้านบาทต่อลูก ซึ่งแพงกว่าขีปนาวุธ AIM-120 AMRAAM ที่มีราคาประมาณ 30 ล้านบาทต่อลูกเท่าตัว แต่ถือว่าคุ้มค่าในแง่ของประสิทธิภาพการยิงและโอกาสรอดชีวิตของนักบินที่สูงกว่า

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากองทัพอากาศไทยจะจัดซื้อในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการใช้งาน โดยคาดว่าจะได้รับไม่ต่ำกว่า 10 ลูก การเลือกซื้ออาวุธไฮเทคนี้เป็นการยกระดับกองทัพอากาศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของการรบทางอากาศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ศักยภาพทางการรบของ Gripen E/F

เครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ที่จะติดตั้งขีปนาวุธ MBDA Meteor ยังมาพร้อมกับระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) ขั้นสูงแบบ 360 องศา ซึ่งรวมถึง Electronic Attack Jammer Pod ที่ทำหน้าที่ตรวจจับและระบุตำแหน่งเรดาร์ของฝ่ายตรงข้ามจากระยะไกล นอกจากนี้ยังสามารถบรรทุกอาวุธนำวิถีอื่นๆ เช่น ขีปนาวุธระยะสั้น IRIS-T สำหรับการต่อสู้ระยะประชิด และขีปนาวุธร่อน TAURUS KEPD 350 หรือขีปนาวุธนำวิถี Rafael SPICE 250 สำหรับโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วยความแม่นยำสูง

เมื่อรวมกับเรดาร์ AESA Raven ES-05 แล้ว Gripen E/F มีศักยภาพทางการรบที่สูงมาก สามารถรักษาความเหนือกว่าในอากาศด้วยการตรวจค้นระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรูและเข้าโจมตีเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมาของ MBDA Meteor

ขีปนาวุธ MBDA Meteor เป็นผลจากโครงการร่วมของกลุ่มนาโต้ โดยเริ่มใช้งานครั้งแรกกับเครื่องบิน JAS 39 Gripen ของกองทัพอากาศสวีเดนในเดือนเมษายน 2016 และบรรลุขีดความสามารถในการปฏิบัติงานขั้นต้น (IOC) อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ปัจจุบันอาวุธนี้ยังติดตั้งในเครื่องบิน Dassault Rafale ของฝรั่งเศส และประจำการในเครื่อง Eurofighter Typhoon ของสหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี และสเปน โดยในอนาคตมีแผนที่จะติดตั้งในเครื่องบิน F-35 Lightning II ของอังกฤษและอิตาลีอีกด้วย