อิสราเอลเปิดตัว 'Iron Beam' อาวุธเลเซอร์สกัดโดรน-จรวด แม่นยำสูงต้นทุนต่ำ
อิสราเอลได้นำระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเลเซอร์ "Iron Beam" มาใช้งานจริงเป็นครั้งแรก โดยคลิปวิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้เห็นลำแสงพลังงานสูงยิงสกัดโดรนในยามค่ำคืนบริเวณแนวชายแดนทางเหนือ ขณะที่กลุ่ม Hezbollah เปิดฉากยิงจรวดจากเลบานอน ซึ่งหากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ นี่จะถือเป็นการนำระบบเลเซอร์เข้าสู่สนามรบจริงครั้งแรกของอิสราเอล หลังจากที่เพิ่งส่งมอบให้หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอากาศเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
Iron Beam คืออะไร?
"Iron Beam" เป็นระบบอาวุธเลเซอร์พลังงานสูง (High Energy Laser Weapon System) ที่มีกำลังประมาณ 100 กิโลวัตต์ ออกแบบมาเพื่อสกัดภัยคุกคามระยะใกล้ถึงระยะกลาง ตั้งแต่หลักหลายร้อยเมตรจนถึงหลายกิโลเมตร จุดเด่นสำคัญคือการทำงานในระดับ "ความเร็วแสง" ทำให้ตอบสนองต่อเป้าหมายได้แทบจะทันที อีกทั้งยังมีต้นทุนต่อการยิงสกัดต่ำมาก เมื่อเทียบกับขีปนาวุธสกัดแบบดั้งเดิม
ระบบนี้ถูกพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง Rafael Advanced Defense Systems และ Elbit Systems ร่วมกับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล โดยมีพิสัยปฏิบัติการราว 7 กิโลเมตร และออกแบบมาเพื่อจัดการเป้าหมายขนาดเล็กที่ระบบ Iron Dome รับมือได้ยาก เช่น กระสุนปืนใหญ่ ลูกปืนครก โดรน และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง
เทคโนโลยีขั้นสูงและข้อได้เปรียบ
ด้วยอัลกอริทึมขั้นสูง ระบบจะรวมลำแสงเลเซอร์หลายลำให้กลายเป็นลำแสงเดียวที่มีพลังสูง เส้นผ่านศูนย์กลางใกล้เคียงเหรียญหนึ่งเหรียญ ก่อนโฟกัสพลังงานไปยังเป้าหมายจนโครงสร้างเสียหายหรือระเบิดกลางอากาศ ระบบใหม่นี้จึงถูกวางบทบาทให้เป็นชั้นป้องกันลำดับที่ห้าของเกราะป้องกันภัยทางอากาศหลายชั้นของอิสราเอล
ขณะที่ Iron Dome ช่วยลดความเสียหายจากจรวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่แบตเตอรี่หนึ่งชุดมีราคาประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3 พันล้านบาท และขีปนาวุธสกัดแต่ละครั้งมีต้นทุนอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.5 ล้านบาท ในทางตรงกันข้าม แม้ระบบเลเซอร์มีต้นทุนเริ่มต้นหลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายต่อการยิงแต่ละครั้งอยู่เพียงไม่กี่ดอลลาร์ เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก
ความท้าทายและอนาคต
แม้ "Iron Beam" จะถูกคาดหวังว่าจะเสริมขีดความสามารถการสกัดกั้นระยะใกล้ และอาจเพิ่มอัตราการป้องกันภัยจรวดของอิสราเอลเข้าใกล้ 100% แต่ระบบลักษณะนี้พึ่งพาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขั้นสูงและโครงข่ายพลังงานอย่างมาก เจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมอิสราเอลระบุว่า "ในสงคราม ขีปนาวุธสกัดอาจหมดลงได้ แต่ตราบใดที่มีไฟฟ้า ระบบเลเซอร์สามารถยิงได้อย่างต่อเนื่อง"
อย่างไรก็ตาม หากระบบควบคุมหรือโครงสร้างพื้นฐานถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือเผชิญอาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP) ประสิทธิภาพการป้องกันอาจได้รับผลกระทบทันที ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาในการใช้งานจริง



