ปะทะดุเดือดในปัตตานี! ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิตหลังเจรจาล้มเหลว โดรนถูกยิงตก 3 ลำ
ปะทะปัตตานี ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิตหลังเจรจาล้มเหลว

ปะทะดุเดือดในปัตตานีหลังเจรจาล้มเหลว ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิตในครัวเรือน

เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 1 คน หลังจากการเจรจาอย่างยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงไม่บรรลุผล เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตมีหมายจับ 1 หมายเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบริเวณหมู่ 2 บ้านปรัง ตำบลท่ากำชำ

ปฏิบัติการปิดล้อมและความพยายามเจรจา

เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบผู้ต้องสงสัยหลบซ่อนตัวอยู่ภายใน ระหว่างการปิดล้อม เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้บุคคลภายในออกมาแสดงตัว โดยทราบว่ามีบุคคลอยู่ภายใน 1 คน พร้อมเชิญผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนาเข้าร่วมเจรจาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวและหลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผล

การใช้โดรนตรวจสอบและการปะทะที่ตามมา

เมื่อเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนบินเข้าตรวจสอบภายในบ้าน แต่โดรนถูกยิงตกเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งโดรนเข้าไปอีก 2 ลำ แต่ก็ถูกยิงตกเช่นกัน และผู้ก่อเหตุยังใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ตามมาด้วยการขว้างระเบิดไปป์บอม 2 ลูกเข้าใส่เจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับอันตราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การปะทะครั้งสุดท้ายและผลลัพธ์

ต่อมา เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธยิงไปยังผนังห้องน้ำ จนผู้ก่อเหตุที่ซ่อนตัวอยู่ภายในยิงตอบโต้และเกิดการปะทะเป็นระลอก ผู้ก่อเหตุวิ่งหนีออกมาที่ห้องครัวและพลาดท่าถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่เข้าที่ลำตัว นอนเสียชีวิตภายในห้องครัว เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ พบศพของ นายมะสะกรี ซึ่งเป็นชาวอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ข้างลำตัวพบอาวุธปืนยาว 1 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ

การสอบสวนและข้อความจากหน่วยงาน

เจ้าหน้าที่จะเร่งทำการสอบสวนว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีกหรือไม่ ส่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงสอบสวนเจ้าของบ้าน ซึ่งอ้างว่าผู้ก่อเหตุมาขออาศัยเพียง 1 วัน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและเร่งสอบสวนว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุหรือไม่ ขณะที่ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความรอบคอบและยึดถือหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน โดยตลอดการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความอดทนอดกลั้นและพยายามใช้แนวทางสันติวิธีด้วยการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาตามหมายจับออกมามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมาย