กองทัพบกชี้แจงกรณีกัมพูชาอ้างไทยยึดดินแดน ยันเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาบิดเบือน
โฆษกกองทัพบกได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างนั้นอยู่ในอธิปไตยของประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้หยุดบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลงชายแดน
การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 15.17 น. เพจ กองทัพบก Royal Thai Army รายงานว่า พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงกรณีที่พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแก่คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำกัมพูชา ขณะลงพื้นที่อำเภอโอวโจรวและอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอโคกสูงและอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย
ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าทหารไทยได้โจมตีและยึดพื้นที่โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางเพื่อปิดกั้นไม่ให้ชาวกัมพูชากลับบ้าน พลตรีวินธัยกล่าวว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พื้นที่ที่กองทัพบกเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ภายในอธิปไตยของไทย
ประวัติการรุกล้ำและมาตรการตอบโต้ของไทย
โฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำกำลังทหารและประชาชนเข้ามาตั้งกำลังและตั้งชุมชนรุกล้ำในเขตแดนของไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยมีรัฐกัมพูชาเป็นฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายไทยได้ใช้กลไกตามกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการยื่นหนังสือประท้วง รวมถึงใช้กลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครองเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น
ในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุและใช้กำลังทหารคุกคามต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม และได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกรุกล้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเรียบร้อยของแนวเขตแดน
มาตรการรักษาความปลอดภัยและข้อตกลงหยุดยิง
พลตรีวินธัยเน้นย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการภายในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง สำหรับการวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามในบางพื้นที่นั้น เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่โจมตีต่อทหารและพลเรือนไทย จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นอีก
นอกจากนี้ ภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังในพื้นที่เดิมตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม ดังนั้น การคงกำลังและการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยจึงเป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน
ยืนยันความมุ่งมั่นในความร่วมมือและกฎหมายระหว่างประเทศ
ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการเจรจาระหว่างสองประเทศ
โฆษกกองทัพบกกล่าวทิ้งท้ายว่า การสื่อสารในประเด็นที่อ่อนไหวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคชายแดนไทย-กัมพูชา



