ผ่ากลยุทธ์ความซ่า "หาดทิพย์" ในวันที่ความท้าทายพัดถล่ม แต่ทำไมขวด "โค้ก" ยังไม่แตก
โดย PPTV Online เผยแพร่: 28 มีนาคม 2569 ในแวดวงหุ้นและการลงทุน หากพูดถึงแบรนด์น้ำอัดลมที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน หลายคนคงนึกถึง "โค้ก" หรือ "โคคา-โคล่า" แต่ในประเทศไทย มีตัวแทนการผลิตหลัก 2 เจ้า และหนึ่งในนั้นคือ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโคคา-โคล่า ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดในภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ เราจะมาดูกลยุทธ์ธุรกิจของหาดทิพย์ ว่าทำไม "โค้ก" ยังคงครองใจผู้บริโภคได้จนถึงปัจจุบัน
ปี 2568: ความท้าทายสูงและกลยุทธ์รับมือ
พลตรีพัชร รัตตกุล หรือ "คุณดอลล่าร์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหาดทิพย์ เปิดเผยว่า ตลอดเส้นทางกว่า 50 ปี ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจาก:
- เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนและกำลังซื้ออ่อนตัว
- ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
- ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ เช่น น้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี
ผลกระทบเหล่านี้ทำให้ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในภาคใต้เติบโตเพียง 1% เท่านั้น หาดทิพย์จึงต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการ:
- เน้นขายผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นที่ให้ความคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภค
- เร่งบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ
จากการแก้เกมดังกล่าว หาดทิพย์มีรายได้จากการขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 8,258 ล้านบาท เติบโต 1.6% จากปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 568 ล้านบาท ลดลง 5% คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วบางส่วน และจะจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนพฤษภาคม 2569
ปี 2569: ความท้าทายยังคงอยู่และกลยุทธ์เชิงรุก
คุณดอลล่าร์ย้ำว่า ความท้าทายในปี 2569 ยังไม่หมดไป เนื่องจาก:
- การแข่งขันในตลาดยังดุเดือด
- ปัจจัยภายนอก เช่น สงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ ส่งผลต่อเศรษฐกิจและต้นทุน
- ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
เพื่อรับมือ หาดทิพย์วางกลยุทธ์เชิงรุกโดย:
- ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและติดตามราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
- เพิ่มยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วแทนพลาสติก เพื่อลดผลกระทบจากราคาเม็ดพลาสติกที่พุ่งสูง
- นำรถพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่ง
กลยุทธ์การตลาดและนวัตกรรมใหม่
ในด้านการตลาด หาดทิพย์มีแผนสำคัญ เช่น:
- ออกเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เพื่อรองรับภาษีความหวานและเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค
- นำนวัตกรรมมาใช้ในสินค้าใหม่ เช่น ผลิตภัณฑ์รสชาติแปลกใหม่ที่เปลี่ยนตามฤดูกาล
- ตีตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมี่ยม
- ออกบรรจุภัณฑ์ที่เข้าถึงง่าย เช่น สินค้าราคา 10 บาท เพื่อตอบโจทย์ในภาวะเศรษฐกิจตึงตัว
คุณดอลล่าร์เน้นว่า กลยุทธ์หลักคือการทำให้ผู้บริโภคนึกถึง "โค้ก" เป็นอันดับแรก พร้อมรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในภาคใต้ หากสถานการณ์ไม่บานปลาย หาดทิพย์คาดว่าจะสร้างรายได้จากการขายประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโต 3-5% ในปีนี้
ยืนยันยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคา
ในส่วนของราคาสินค้า คุณดอลล่าร์ยืนยันชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาเครื่องดื่ม เพื่อไม่ผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทฯ เชื่อว่ายังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและกำไรได้อย่างดี และจะพยายามแบกรับต้นทุนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม หากแบกรับไม่ไหวจริงๆ อาจต้องมีการปรับขึ้นเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไป
ท้ายที่สุด คุณดอลล่าร์กล่าวว่า แม้ความท้าทายในปี 2569 จะซับซ้อนและอาจเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี แต่หาดทิพย์มีประสบการณ์ในการบริหารและปรับตัวได้ดีในอดีต จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการกับความผันผวนและกลับสู่เส้นทางการเติบโตได้ตามปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย



