ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไตรมาส 1/2567 ยังคงทรงตัว
ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไตรมาส 1/2567

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไตรมาส 1/2567 ยังคงทรงตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสำหรับไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นยังคงทรงตัวที่ระดับ 50.1 คะแนน โดยผลการสำรวจนี้สะท้อนถึงมุมมองของภาคธุรกิจในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีทั้งปัจจัยบวกและลบผสมผสานกัน

ภาพรวมของดัชนีความเชื่อมั่น

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 50.1 คะแนน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับในไตรมาสก่อนหน้า โดยดัชนีนี้คำนวณจากผลสำรวจความคิดเห็นของธุรกิจในหลากหลายสาขา โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 คะแนน โดยที่ค่ามากกว่า 50 แสดงถึงความเชื่อมั่นในเชิงบวก ในขณะที่ค่าต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในเชิงลบ

แนวโน้มในภาคธุรกิจต่างๆ

ผลสำรวจระบุว่า ภาคการผลิตและภาคบริการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาคการค้าและภาคก่อสร้างยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงอุปสงค์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นในภาคเหล่านี้ยังอยู่ในระดับที่ต้องจับตามอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่น

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในไตรมาสนี้ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ที่ช่วยกระตุ้นภาคบริการ และ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ที่อาจกระทบต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ธุรกิจต้องเฝ้าระวัง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองสำหรับไตรมาสต่อไป

ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอาจปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไป หากปัจจัยบวก เช่น การท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากต้นทุนที่สูงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ผลสำรวจนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักธุรกิจในการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและวางแผนกลยุทธ์ในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการความเสี่ยงและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ