ศุภจี ลุยตรวจสอบต้นทุนน้ำมัน-ค่าการกลั่น เพื่อความเป็นธรรม พร้อมขนสินค้ากว่า 1,000 รายการลดราคา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยแผนรับมือวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและสินค้าจำเป็น โดยเน้นยกระดับการควบคุมราคาและตรวจสอบต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชน พร้อมเตรียมขนสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 1,000 รายการลดราคา เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
มาตรการเชิงรุกรับมือวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
กระทรวงพาณิชย์ได้วางมาตรการเชิงรุกแบ่งเป็น 3 ภารกิจหลัก ภารกิจแรกคือการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าทั่วไปภายในประเทศ โดยเร่งทบทวนบัญชีสินค้าที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเร็วกว่ากำหนดปกติ ซึ่งปกติจะทบทวนในเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันเข้าสู่บัญชีควบคุมเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังได้ปรับเพิ่มรายการสินค้าอีก 6 รายการเข้าสู่หมวดสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนการปรับขึ้นราคา โดยผู้ประกอบการต้องแจ้งรายละเอียดด้านราคา ปริมาณ และคุณภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างใกล้ชิดและป้องกันการฉวยโอกาสจากสถานการณ์วิกฤต
ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันและค่าการกลั่นอย่างละเอียด
สำหรับประเด็นสินค้ากลุ่มพลังงานซึ่งเป็นที่จับตาของสังคม นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แม้สินค้าเชื้อเพลิงจะเป็นสินค้าควบคุมภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงานเป็นหลัก แต่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือเพื่อตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งถึงมือผู้บริโภค
ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์ภาพรวมว่าการปรับราคาเป็นไปอย่างเหมาะสมตามที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานระบุไว้หรือไม่ โดยจะพิจารณาประกอบการตัดสินใจในเชิงกฎหมายและนโยบายร่วมกัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการกำหนดราคา
โครงการไทยช่วยไทยและธงฟ้า ลดค่าครองชีพประชาชน
ในด้านการดูแลค่าครองชีพ นางศุภจีระบุว่า ได้ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตรายใหญ่ ผู้ประกอบการค้าปลีก และค้าส่งจำนวนมาก เพื่อจัดทำโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าร่วมมากกว่า 1,000 รายการ มอบส่วนลดพิเศษตั้งแต่ 25% ถึงสูงสุด 50% เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ทันทีในราคาที่ประหยัด
สินค้าจะกระจายผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก-ส่งใน 67 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีโครงการ "ธงฟ้า" ที่เน้นลงลึกถึงกลุ่มเปราะบางในรายชุมชนมากกว่า 500 แห่ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยจะใช้ระบบ "ธงฟ้าเคลื่อนที่" หรือรถพุ่มพวงธงฟ้า กระจายสินค้าไปยังพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนเดินทางลำบาก เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงสินค้าราคาย่อมเยาในทุกพื้นที่
รับมือวิกฤตการขนส่งและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก
ในส่วนของวิกฤตการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง นางศุภจียอมรับว่าส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีเรือบรรทุกวัตถุดิบสำคัญ ทั้งปุ๋ย น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ติดค้างไม่สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยเฉพาะเรือบรรทุกปุ๋ยจำนวน 5 ลำที่กำลังมาไทย ส่งผลให้การคาดการณ์เดิมที่จะมีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือนสิงหาคมต้องถูกทบทวนใหม่
ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้หารือใกล้ชิดกับสมาคมเกษตรทั่วประเทศและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และป้องกันการขาดแคลนปุ๋ย ขณะเดียวกัน ในการส่งออกข้าวและสินค้าอื่นๆ ที่ติดปัญหาการขนส่ง กระทรวงฯได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเจรจาลำเลียงสินค้าให้ได้มากที่สุด
แม้จะมีความล่าช้าแต่ยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ พร้อมรุกเจรจากับตลาดเดิมในแอฟริกาและลาตินอเมริกา เพื่อใช้เป็นช่องทางระบายสินค้าทดแทน ลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยให้เหลือน้อยที่สุด
แผนระยะยาวเพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
สำหรับแผนระยะยาว กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งพัฒนาสินค้าชุมชนทั่วประเทศ โดยผลักดันเข้าสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ทั้งร้านโชห่วย ห้างค้าปลีก-ส่ง และการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เฉพาะสำหรับสินค้าชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว



