หุ้น BTS ร่วงหนัก 6.57% งดจ่ายปันผลหลังขาดทุนเกือบพันล้าน
หุ้น BTS ร่วง 6.57% งดปันผล ขาดทุน 958 ล้าน

หุ้น BTS ร่วงหนัก 6.57% งดจ่ายปันผลหลังขาดทุนเกือบพันล้าน

ราคาหุ้นของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BTS ร่วงลงอย่างหนักในตลาดหลักทรัพย์ ปิดที่ 2.56 บาท ลดลง 0.18 บาท หรือ -6.57% จากราคาปิดวันก่อนหน้า หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568/69 ที่พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 958 ล้านบาท ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติงดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

ผลประกอบการช้ำจาก EBITDA ลดลงและต้นทุนทางการเงินพุ่ง

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2568/69 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) ว่ามีรายได้รวมอยู่ที่ 7,614 ล้านบาท ลดลง 27.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 958 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) ซึ่งทำได้เพียง 1,979 ล้านบาท ลดลง 27.8% พร้อมกับภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยที่ฉุดรายได้รวมของบริษัทฯ ลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการที่ไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เหมือนในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการบันทึกกำไรจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน RABBIT และ ROCTEC มูลค่ากว่า 3,368 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 638 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ชำระหนี้คงค้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้ดังกล่าวอีกต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ธุรกิจหลักยังอ่อนตัว มีเพียง MATCH ที่ช่วยพยุง

ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) ทำได้เพียง 1,979 ล้านบาท ลดลง 27.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความท้าทายในธุรกิจหลัก ดังนี้

  • ธุรกิจ MOVE - EBITDA ปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับโครงการรถไฟฟ้า ประกอบกับผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่ยังคงอ่อนตัว
  • ธุรกิจ MIX - EBITDA ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI
  • ธุรกิจ MATCH - เป็นเพียงกลุ่มธุรกิจเดียวที่มี EBITDA ปรับตัวดีขึ้น จากการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC ในงบการเงินรวม ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงของกำไรในภาพรวมได้บางส่วน

นอกเหนือจากรายได้ที่ลดลง บริษัทฯ ยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 207 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดทุนในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ และผลการดำเนินงานของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น

ภาพรวม 9 เดือนขาดทุน 1,085 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568/69 BTS มีรายได้รวม 21,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.9% จากการรวมงบการเงินของบริษัทย่อยใหม่ แต่ด้วยภาระต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,085 ล้านบาท จากผลประกอบการดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีมติอนุมัติ งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568

โบรกฯ ปรับคาดการณ์ขาดทุนเพิ่ม แนะไปซื้อตัวอื่นดีกว่า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดว่าผลการดำเนินงานหลักของ BTS ในไตรมาส 4/68 (เดือน ม.ค. - มี.ค.2569) จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากธุรกิจ MOVE ที่ลดลง รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล โดยได้เพิ่มประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2568 เป็น 2,021 ล้านบาท (จาก 751 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 3/68 และคาดการณ์ที่ลดลงในไตรมาส 4/68

อย่างไรก็ดี ผลประกอบการที่อ่อนแอของ BTS ในไตรมาส 3/68 อาจส่งผลให้ตลาดมีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นในระยะสั้นและแนวโน้มในไตรมาส 4/69 ไม่น่าตื่นเต้น เราไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นราคาที่ชัดเจนใดๆ จึงแนะนำ ถือ ที่ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท ในกลุ่มธุรกิจขนส่งชอบ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV จากคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 หนุนจากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวของประเทศไทย และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง