ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ด้วยทิศทางบวก โดยดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้น 8.73 จุด หรือคิดเป็น 0.63% มาปิดที่ระดับ 1,386.56 จุด ขณะที่ดัชนี SET100 ปรับขึ้น 12.61 จุด มาปิดที่ 1,910.51 จุด
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นแรงหนุนหลัก
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดคือการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเป็นครั้งแรกในหลายวัน โดยมีมูลค่าการซื้อสุทธิสูงถึง 1,179.77 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,046.33 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 133.44 ล้านบาท
กลุ่มพลังงานและธนาคารนำตลาดขึ้น
กลุ่มหุ้นที่ทำผลงานโดดเด่นและเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงานซึ่งปรับตัวขึ้น 1.77% และกลุ่มธนาคารที่ปรับขึ้น 0.96% โดยหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ PTT ปรับขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.79% ปิดที่ 113.50 บาท และ PTTEP ปรับขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.45% ปิดที่ 140.00 บาท
สำหรับกลุ่มธนาคาร หุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้ดีคือ KBANK ปรับขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.82% ปิดที่ 112.00 บาท และ SCB ปรับขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.02% ปิดที่ 149.00 บาท
มูลค่าการซื้อขายและสภาพคล่องในตลาด
มูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดหลักและตลาดรองอยู่ที่ 42,867.69 ล้านบาท โดยมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้น 668 ตัว ปรับตัวลง 240 ตัว และคงที่ 202 ตัว สภาพคล่องในตลาดยังอยู่ในระดับดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกบางประการ
ปัจจัยสนับสนุนและความเสี่ยงที่ต้องจับตา
นักวิเคราะห์มองว่า การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตลาด อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
- สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค
- แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน
- ปัจจัยภายในประเทศ เช่น แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นไทยในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวได้ดี หลังเผชิญกับแรงขายในช่วงหลายวันที่ผ่านมา การกลับมาของเงินทุนจากต่างชาติถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงจิตใจนักลงทุน และสร้างความหวังให้กับทิศทางตลาดในระยะสั้น



