ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (7 พ.ค.) โดยดัชนี SET เปิดที่ระดับ 1,350.23 จุด ลดลง 8.34 จุด หรือ -0.61% มูลค่าการซื้อขาย 1,200 ล้านบาท
ปัจจัยกดดันตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะข้อมูลการส่งออกและนำเข้าของจีนที่ออกมาอ่อนแอ ส่งผลให้แรงขายสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น
แรงขายทำกำไร
นอกจากนี้ ยังมีแรงขายทำกำไรหลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มแบงก์ที่ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
- หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 1.5% นำโดย PTTEP และ TOP
- หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลง 0.8% นำโดย KBANK และ SCB
- หุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวลง 0.5% นำโดย ADVANC และ TRUE
แนวโน้มตลาด
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อในระยะสั้น จากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนหน้า
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนตลาดในระยะกลางถึงยาว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดีเมื่อตลาดปรับตัวลงแรง โดยเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เช่น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและบริโภค



