ดนุชาเผยทรัมป์ปรับภาษีนำเข้าเป็น 15% ไทยได้กำไร 4% ทีมเศรษฐกิจเร่งถกแผนเรียกคืนภาษี
ทรัมป์ปรับภาษีนำเข้า 15% ไทยได้กำไร 4% เศรษฐกิจถกแผนเรียกคืน

ดนุชาเผยทรัมป์ปรับภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% ไทยได้กำไร 4% ทีมเศรษฐกิจเร่งถกแผนเรียกคืนภาษี

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า กรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทุกประเทศทั่วโลก จากเดิม 10% เป็น 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ได้รับอัตราภาษีที่เท่ากันทุกประเทศ ความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศจึงกลับไปในสัดส่วนที่เป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมนั้นๆ

ไทยได้กำไรส่วนต่างภาษี 4% แต่ต้องจับตามาตรการเฉพาะสินค้า

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเดิมได้รับอัตราภาษีที่ 19% หากมีการปรับลดลงมาเหลือ 15% จริง จะถือว่าไทยได้รับกำไรจากส่วนต่างภาษีนี้ถึง 4% ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามอาจได้กำไรส่วนต่างนี้ถึง 5% อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาเก็บภาษีเป็นรายอุตสาหกรรมหรือรายสินค้าหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเหล็กและอลูมิเนียมที่ยังมีมาตรการเฉพาะอยู่

"ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทย แต่ข้อดีคือตอนนี้ทุกประเทศได้รับอัตราภาษีเท่ากันอยู่ที่ 15% แม้จะ 150 วันก็ตาม ดังนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งออกของแต่ละประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการส่งออกไปสหรัฐฯ ของไทยก็ค่อนข้างไปได้ดี สิ่งสำคัญคือต้องจับตาว่าหากมีมาตรการภาษีเฉพาะสินค้าจะกระทบอย่างไร" นายดนุชากล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทีมเศรษฐกิจเร่งหารือแผนเรียกคืนภาษี แต่ยังเร็วเกินไปสำหรับมาตรการตอบโต้

อีกประเด็นสำคัญ คือ ภาษีที่แต่ละประเทศได้จ่ายไปก่อนหน้านี้จะสามารถขอคืนได้หรือไม่ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ต่างต้องร่วมกันแบกรับภาระภาษี ซึ่งหากสหรัฐฯ ให้ประเทศต่างๆ ฟ้องศาลเพื่อขอคืนภาษี คำตัดสินของศาลในคดีแรกจะกลายเป็นมาตรฐานกรณีอื่นๆ ต่อไป

สำหรับประเด็นดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมหารือ เพื่อประเมินทิศทางเบื้องต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ข้อมูลยังคงมีจำกัดเนื่องจากสถานการณ์เพิ่งเริ่มนิ่ง และทางสหรัฐฯ ยังไม่มีการรายงานอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน ทำให้ภาครัฐยังไม่สามารถออกมาตรการตอบโต้หรือสนับสนุนได้ทันที แต่ต้องรอจังหวะเพื่อดำเนินการตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

"ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะออกมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบได้ เพราะมาตรการเพิ่งประกาศออกมาเพียงแค่ 2 วัน และยังมีความไม่ชัดเจนอยู่ แต่เราก็ได้มีการประชุมหารือทิศทางเบื้องต้นแล้ว" นายดนุชากล่าวเสริม