กระทรวงพลังงานเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ รับมือความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงจากเทคโนโลยีและสังคมเมือง
กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำลังเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการวางรากฐานระบบพลังงานของประเทศ
ปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการไฟฟ้าใหม่จาก AI และยานยนต์ไฟฟ้า
มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งการไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เพื่อประเมินทิศทางพลังงานที่เปลี่ยนไป โดยนำปัจจัยการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และการขยายตัวของสังคมเมืองที่หันมาใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล เข้ามาคำนวณใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการปรับแผนครั้งใหญ่เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป
นายประเสริฐ กล่าวเสริมว่า "วันนี้เป็นกระบวนการหนึ่งในการจัดทำแผน PDP คือการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า ให้ความคิดเห็นว่าจากนี้ไปการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร การที่คนเปลี่ยนจากการใช้น้ำมัน มาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เราก็นำทุกอย่างมาเป็นปัจจัยที่นำมาพิจารณา"
สมดุล 3 มิติหลักในแผน PDP ใหม่: ความมั่นคง ราคา และสิ่งแวดล้อม
สำหรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าในแผน PDP ฉบับใหม่ กระทรวงพลังงานยังคงยึดมั่นการรักษาสมดุลใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- ความมั่นคงของระบบ ที่ต้องไม่เกิดไฟตกไฟดับ โดยเฉพาะเพื่อรองรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
- ด้านราคา ที่ต้องบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดเพื่อไม่กระทบค่าครองชีพ
- ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ยกระดับเป้าหมายไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 อย่างเต็มรูปแบบ
ซึ่งทำให้การเลือกประเภทโรงไฟฟ้าต้องคำนึงถึงการลดคาร์บอนอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม การจัดสรรสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจะเน้นกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง โดยคาดว่าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะเกินกว่า 50% ซึ่งมีพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแกนหลัก แต่การพึ่งพาพลังงานสะอาดจำเป็นต้องลงทุนระบบโครงข่ายไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะที่ควบคุมการผลิตได้เพื่อลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าฟอสซิลขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังพิจารณาทางเลือกอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ราคาไม่ผันผวน รวมถึงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงและการลดคาร์บอน แต่ยังต้องศึกษาด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบสากลอย่างรัดกุม นายประเสริฐ กล่าวว่า "แสงอาทิตย์ก็คงจะเป็นเมนหลักของตัวพลังงานหมุนเวียนที่เข้ามา จริงๆแล้วมันต้องมีองค์ประกอบอื่นเข้ามา ถึงจะทำให้โซลาร์สามารถจะจ่ายไฟได้อย่างมั่นคง เรื่องของ Grid ก็ต้องมีการพัฒนา อีกตัวหนึงเรื่องของ SMR ดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความมั่นคง แต่ก็เราต้องดูเรื่อง Safety เรื่อง Regulation เรื่องการกำกับดูแลที่เหมาะสม"
ดึง 3 การไฟฟ้าช่วยพยุงค่าไฟประชาชน รอผลคำนวณงวดใหม่พรุ่งนี้
ส่วนด้านสถานการณ์ค่าไฟฟ้าในขณะนี้ นายประเสริฐ ยอมรับว่า ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูงตามราคาเชื้อเพลิงตลาดโลก ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานคำนวณต้นทุนจริงแบบไม่รวมภาระหนี้สะสมไว้ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย แต่ กกพ. ได้นำเงินส่วนเกินจากการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า หรือ Clawback กว่า 9,000 ล้านบาทมาช่วยอุดหนุน ทำให้ตรึงค่าไฟเรียกเก็บจากประชาชนไว้ได้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เดิมที่เคยดูแลกลุ่มเปราะบาง หากจะกดราคาให้ต่ำกว่านี้อาจต้องพึ่งพางบกลาง เพราะการบิดเบือนราคาตลาดระยะยาวจะกระทบต่องบประมาณพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ ค่าไฟฟ้างวดถัดไป (พฤษภาคม–สิงหาคม 2569) ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยต้องรอการแถลงผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวดใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม 2569
ขณะที่ประเด็นภาระหนี้สินสะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่พุ่งสูงถึงราว 36,000 ล้านบาทจากการตรึงค่าไฟนั้น กระทรวงพลังงานกังวลว่าหากปล่อยให้ กฟผ. แบกรับหน่วยเดียวอาจกระทบสภาพคล่องและเครดิตเรตติ้ง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้นและตกเป็นภาระประชาชน รัฐบาลจึงมีนโยบายหารือให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระสภาพคล่องร่วมกัน เพื่อปกป้องเครดิตองค์กร โดยนายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสวัสดิการ เงินเดือน หรือผลประโยชน์ของพนักงานการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งอย่างแน่นอน
นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมอยากให้เกิดการช่วยกันทั้ง 3 การไฟฟ้า เพราะ กฟผ. ที่เดียวก็ถือว่าหนัก พอมันเกิดสภาพคล่องที่ไม่ดี Rating ไม่ดี การกู้เงินของ กฟผ. ก็จะดอกเบี้ยแพง ทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีบอกว่ายังไงก็ตาม สวัสดิการต่างๆ เงินเดือนต่างๆ ผลประโยชน์ที่พนักงานของ กฟผ. ต้องได้รับเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง"
กรอบเวลาจัดทำแผน PDP ใหม่ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน
สำหรับกรอบเวลาจัดทำแผน หลังจากกระบวนการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าเสร็จสิ้น จะใช้เวลาจัดสรรโรงไฟฟ้าอีกประมาณ 2 เดือน จากนั้นจะนำร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยตั้งเป้าหมายผลักดันแผน PDP ฉบับใหม่นี้ให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่และเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางนโยบายในการรับซื้อไฟฟ้าหรือต่ออายุโรงไฟฟ้าเดิม



