“อนุทิน” ย้ำดีเซลปล่อยตามกลไกตลาด ไม่ตรึงราคา เร่งมาตรการประหยัดพลังงาน
อนุทิน ชี้ดีเซลปล่อยตามกลไกตลาด ไม่ตรึงราคา

“อนุทิน” ย้ำดีเซลปล่อยตามกลไกตลาด ไม่ตรึงราคา เร่งมาตรการประหยัดพลังงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีราคาน้ำมันดีเซลว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายตรึงราคา และต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยย้ำว่า “ไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำว่าตรึงก็ไม่มีชนเพดาน” ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะไม่กำหนดเพดานราคาสูงสุด แต่จะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมันและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แทน

ความตื่นตระหนกดันความต้องการน้ำมันพุ่งสูง

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ก่อนเกิดสถานการณ์สงคราม ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การผลิตสามารถทำได้ถึง 77 ล้านลิตรต่อวัน และมีการส่งออกให้ประเทศลาวและเมียนมาร์อีก 5 ล้านลิตร ทำให้กำลังการผลิตเกินความต้องการ แต่เมื่อมีปัจจัยความตื่นตระหนกจากสงคราม ความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น กว่า 80 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต ส่งผลให้ต้องเร่งมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อดึงสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

นายอนุทินชี้ว่า หากไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มปริมาณน้ำมันขึ้น 20 กว่าล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้คือราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสงคราม โดยหากแนวโน้มดีขึ้น ราคาก็จะลดลงตามกลไกตลาด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล

รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • การประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง เพื่อลดความต้องการน้ำมัน
  • การตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เท่าที่ทำได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศเพื่อป้องกันการเอาเปรียบและค้ากำไรเกินควร
  • การประสานงานด้านการทูตและการค้า เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจกับประชาชน โดยมุ่งเน้นให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง หากทำได้จะพิสูจน์ว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนอย่างที่กังวล

ไม่ตอบคำถามราคาดีเซลอาจทะลุ 50 บาท

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่ราคาดีเซลจะพุ่งทะลุ 50 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายอนุทินระบุว่าไม่ทราบ แต่เน้นย้ำให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด พร้อมทั้งยืนยันว่ากองทุนน้ำมันยังคงดูแลสถานการณ์อยู่ และหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้รับคำสั่งให้ช่วยเหลือประชาชนตามกลไกที่มีอยู่

สำหรับเรื่องการกู้เงินเพิ่มของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งรับผิดชอบด้านนี้โดยตรง

สรุปแล้ว รัฐบาลยืนยันนโยบายปล่อยราคาดีเซลตามกลไกตลาด พร้อมผลักดันมาตรการประหยัดพลังงานและควบคุมราคาสินค้าเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในภาวะวิกฤต