กระทรวงพลังงานงัดมาตรการเด็ด สกัดกักตุน-ลักลอบค้าน้ำมัน สั่งรายงานสต๊อกรายวัน
กระทรวงพลังงานได้ประกาศใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับปัญหาการกักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำมันตึงตัวและราคาที่ผันผวนอย่างหนักในประเทศ โดยมีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นรายงานตัวเลขรับจ่ายแบบรายวัน เพื่อป้องกันน้ำมันหายออกจากระบบ พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเข้าตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
มาตรการรายงานสต๊อกรายวันและผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันตึงตัวและราคาที่ผันผวนอย่างหนัก โดยได้กำหนดมาตรการบังคับให้โรงกลั่น คลังน้ำมัน และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องส่งรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันรับเข้า ยอดการผลิต ยอดจำหน่าย และปริมาณคงเหลือ ให้กรมธุรกิจพลังงานรับทราบทุกวันในเวลา 18.00 น. ข้อมูลทั้งหมดจะต้องสอดคล้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันการกักตุน
นอกจากนี้ ยังได้มีการผ่อนปรนข้อบังคับด้านการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด โดยอนุญาตให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถดึงน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกมาใช้ได้ชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะชะงักงันในการจำหน่าย แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องจัดทำแผนเพื่อนำน้ำมันกลับมาเติมในคลังสำรองให้ปริมาณกลับมาได้ตามเกณฑ์ในภายหลัง ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบการกระจายน้ำมันใหม่ โดยยึดหลักการให้ผู้ค้าส่งและตัวแทนจำหน่ายทุกรายต้องได้รับโควตาน้ำมันตามปริมาณเดิมที่เคยได้รับในช่วงต้นปีหรือปีที่ผ่านมาเป็นขั้นต่ำ เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีการตัดตอนหรือเลือกปฏิบัติในการจ่ายน้ำมัน
สาเหตุปัญหาการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมัน
นายประเสริฐ ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาพสถานีบริการน้ำมันขาดแคลนในช่วงที่ผ่านมานั้น เกิดจากความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 20% ประกอบกับความตื่นตระหนกของประชาชนและภาคธุรกิจที่เร่งกักตุนน้ำมันไว้ใช้เอง เช่น ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปที่หันมาเติมน้ำมันเต็มถังจากเดิมที่เคยเติมเพียงบางส่วน หรือในภาคการก่อสร้างที่เพิ่มการสั่งจองน้ำมันล่วงหน้าจาก 3 วันเป็น 15 วัน สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดความบิดเบือนในกลไกตลาด เมื่อผู้ค้าส่งหรือจ็อบเบอร์ไม่สามารถหาน้ำมันในราคาปกติได้ จึงหันมานำรถบรรทุกเข้ามากว้านซื้อน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไป ส่งผลให้น้ำมันที่เคยกักตุนไว้ขายได้ทั้งวันหมดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ทำให้สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งไม่มีน้ำมันจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปและเกิดปัญหาคิวสะสมยาวเหยียด
อีกหนึ่งปัญหาคือการลักลอบนำน้ำมันออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลยังคงพยายามใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งก่อให้เกิดส่วนต่างของราคาที่จูงใจอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศมาเลเซียและประเทศลาวพุ่งสูงกว่าของไทยไปมาก ทำให้ขบวนการลักลอบค้าน้ำมันพยายามหาช่องทางนำน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุนจากภาษีประชาชนออกไปแสวงหาผลกำไรส่วนตัว ซึ่งภาครัฐได้ประสานความร่วมมือระดับสูงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคง ในการปูพรมตรวจสอบและปิดจุดอ่อนการลักลอบตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดที่สุด
วิกฤตต้นทุนนำเข้าและค่าการกลั่นพุ่งสูง
นายประเสริฐ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในด้านของต้นทุนการผลิต ต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยค่าการกลั่นไม่ใช่ตัวเลขกำไรสุทธิของบริษัทน้ำมัน แต่เป็นเพียงส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งจากการต้องจ่ายค่าพรีเมียมเพื่อแย่งชิงน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ตึงตัว ค่าขนส่งทางเรือและค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 20 เท่าตัวจากเหตุความไม่สงบและการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและตะวันออกกลาง รวมถึงต้นทุนสารเคมีนำเข้าที่ใช้ในกระบวนการกลั่นก็ปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
สำหรับประเด็นราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นจนชนเพดานราคา นายประเสริฐ ยืนยันว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการให้การสนับสนุนอุดหนุนราคาน้ำมันทุกลิตรที่มีการจำหน่ายและใช้งานจริงภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระมากเกินไป แม้ว่าสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกจะยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างความยากลำบากในการบริหารจัดการอย่างมาก โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 22 มีนาคม 2569 ยังติดลบอยู่ 28,109 ล้านบาท และยังไม่สามารถออกกฎหมายกู้เพิ่มได้ในขณะนี้ แต่รัฐบาลก็ขอยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาดีเซลต่อไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในสภาวะวิกฤตนี้
ส่วนข้อเสนอเรื่องการจัดเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจโรงกลั่นในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากอุตสาหกรรมพลังงานมีความผันผวนสูง หากรัฐเข้าไปแทรกแซงจัดเก็บภาษีพิเศษในจังหวะที่โรงกลั่นมีกำไร ก็อาจต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่ว่าจะต้องเข้าไปช่วยเหลืออุดหนุนชดเชยในยามที่โรงกลั่นต้องแบกรับภาวะขาดทุนมูลค่าสต๊อกน้ำมันมหาศาลเมื่อราคาตลาดโลกดิ่งตัวลงในอนาคตด้วยเช่นกัน



