กกพ. ปรับแผนผลิตไฟฟ้า เน้นใช้ถ่านหินลดต้นทุน ย้ำเพิ่มความมั่นคงพลังงาน
กกพ. ปรับแผนผลิตไฟฟ้า ใช้ถ่านหินลดต้นทุน

กกพ. ปรับแผนผลิตไฟฟ้า เน้นใช้ถ่านหินลดต้นทุน ย้ำเพิ่มความมั่นคงพลังงาน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหิน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความมั่นคงพลังงานของประเทศ ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ติดตามสถานการณ์แม่เมาะและบริหารต้นทุนพลังงาน

ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 11/2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์พลังงานและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

นายพูลพัฒน์ ระบุว่า การพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าอย่าง LNG อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากราคา LNG ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 USD/MMBtu เป็น 25 USD/MMBtu จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.58 บาทต่อหน่วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เพิ่มสัดส่วนถ่านหินเพื่อลดต้นทุนและรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้า

ดังนั้น การปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย และมีเสถียรภาพด้านราคา จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม และรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าของประเทศ

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศไทยดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด โดยมีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศที่ได้มาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้า และการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เร่งซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะหลังเหตุดินสไลด์

ที่ประชุมได้รับทราบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรณีเกิดเหตุดินสไลด์ในพื้นที่ทิ้งและเก็บมูลดินทรายของเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบลำเลียงดินและการจัดหาเชื้อเพลิงลิกไนต์สำหรับการผลิตไฟฟ้า

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ระบบสายพานลำเลียงดินได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ กระทบต่อการเปิดหน้าดินและการลำเลียงถ่านหินลิกไนต์ อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เร่งดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้บางส่วนภายในเดือนกรกฎาคม 2569 และจะกลับสู่สภาวะปกติได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569

ในระหว่างนี้ กฟผ. ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้ถ่านหินลิกไนต์จากแหล่งสำรอง (Stock) ร่วมกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก พร้อมปรับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ

กำชับเร่งซ่อมและปรับแผนผลิตไฟฟ้า

กกพ. ได้กำชับให้ กฟผ. เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงดินโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้พิจารณาปรับแผนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีต้นทุนต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมและบรรเทาผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

นายพูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "กกพ. จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและการดูแลค่าไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและค่าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม" โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปรับแผนการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานในภาพรวม