สภาพัฒน์เผย ปตท.-บางจากเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 9% ขายดีเซลพุ่ง 35% ใช้เวลา 1-2 วันกระจายสำรอง
ปตท.-บางจากเพิ่มผลิตน้ำมัน 9% ขายดีเซลพุ่ง 35%

สภาพัฒน์เผย ปตท.-บางจากเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 9% ขายดีเซลพุ่ง 35% ใช้เวลา 1-2 วันกระจายสำรอง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น 9% เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ยอดขายน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น 35%

นอกจากนี้ การจำหน่ายน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น 25% ขณะที่ยอดขายน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นสูงถึง 35% ส่วนการกระจายน้ำมัน คลังน้ำมันได้ส่งน้ำมันไปให้พ่อค้าคนกลาง (Jobber) มากขึ้นตามโควตาที่เคยได้ หลังภาครัฐได้ผ่อนคลายปริมาณน้ำมันสำรอง แต่ต้องใช้เวลา 1-2 วัน ในการกระจายน้ำมันเหล่านี้ออกไป

นายดนุชา กล่าวย้ำว่า "วันนี้คงต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะสถานการณ์ความไม่สงบยังคงอยู่" พร้อมเรียกร้องความร่วมมือจากประชาชนในการลดความตื่นตระหนกและช่วยกันประหยัดน้ำมัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แดชบอร์ดแสดงข้อมูลน้ำมันเพื่อความโปร่งใส

เลขาธิการ สศช. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) ว่า จะเป็นเครื่องมือในการแสดงข้อมูลน้ำมัน ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมันจนส่งไปถึงพ่อค้าคนกลางหรือสถานีให้บริการน้ำมัน ซึ่งประชาชนจะสามารถเห็นข้อมูลทั้งหมดและช่วยกันตรวจสอบว่าการกระจายน้ำมันมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่ เพื่อช่วยการกำกับปริมาณน้ำมันไม่ให้เกิดปัญหา

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้ตรวจสถานีบริการน้ำมันทุกวัน โดยเฉพาะระดับอำเภอ ซึ่งจะมีทั้งที่ระดับจังหวัดและกรมธุรกิจพลังงาน ที่จะลงพื้นที่ไปตรวจและส่งข้อมูลขึ้นมายังส่วนกลาง ซึ่งเป็นวิธีที่จะป้องกันการกักตุนน้ำมัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ยืนยันส่งออกน้ำมันเฉพาะลาวและเมียนมา ไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน

นายดนุชา กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าไทยได้ส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้กระทั่งการส่งน้ำมันไปยังประเทศที่ 3 ว่า ส่งออกน้ำมันเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ลาวและเมียนมา โดยส่งไปลาวประมาณกว่า 4 ล้านลิตรต่อวัน และเมียนมาประมาณ 3 แสนลิตรต่อวัน จึงรวมแล้วจำกัดปริมาณไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน

เขาอธิบายว่า การส่งออกน้ำมันไปลาวมีปริมาณจำกัดในการใช้ในประเทศอยู่แล้ว ส่วนการส่งออกไปเมียนมาเป็นการนำไปใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก๊าซเหล่านั้นจะถูกส่งมาที่โรงไฟฟ้าจังหวัดราชบุรีเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับภาคกลางและภาคใต้

"ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะต้องสั่งซื้อไฟฟ้าพลังน้ำมากขึ้น เพื่อให้ราคาเฉลี่ยของค่าไฟฟ้าของไทยในช่วงที่แก๊ส (LNG) เพิ่มสูงขึ้นให้สามารถลดลงมาได้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยืนยันว่า จะไม่มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 อย่างแน่นอน" นายดนุชา กล่าว

รัฐบาลผ่อนคลายน้ำมันสำรอง ขอประชาชนช่วยประหยัด

นายดนุชา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ คือ ผ่อนคลายปริมาณน้ำมันสำรองเพื่อให้มีน้ำมันวิ่งเข้าไปในสถานีน้ำมันเพื่อให้บริการกับประชาชนได้มากขึ้น

เขาชี้แจงว่า กำลังการผลิตน้ำมันของไทยจากโรงกลั่นทั้งหมด 5 โรงสามารถผลิตได้ 175 ล้านลิตรต่อวัน และขยายกำลังการผลิตได้เต็มที่ไม่เกิน 10% ดังนั้น การประหยัดน้ำมันในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เป็นสิ่งที่อยากขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากต่างประเทศว่า ซาอุดีอาระเบียลดการส่งออกน้ำมันสู่เอเชีย โดยปรับแผนส่งผ่าน "ทะเลแดง" เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต