กบน.ตัดสินใจปรับราคาดีเซลขึ้นสู่ 33 บาทต่อลิตร ลดภาระชดเชวหนัก
ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในวันพรุ่งนี้ (24 มีนาคม 2569) จะอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากเดิม 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงถึง 223 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 131 เหรียญสหรัฐฯ
ต้นทุนเพิ่มขึ้น 26 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระชดเชวหนักหน่วง
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกนี้ ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึง 26 บาทต่อลิตร ซึ่งทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชวสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้น การปรับราคาขึ้นในครั้งนี้จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้กองทุนฯ ยังคงมีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว และป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ
การปรับราคามุ่งสร้างสมดุลและป้องกันการลักลอบนำออกนอกประเทศ
นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) ขึ้นไปแตะระดับ 38.70 บาทต่อลิตรแล้ว การคงราคาในประเทศให้ต่ำเกินไปอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ
นายพรชัย กล่าวเสริมว่า "ผลจากการประชุม กบน.ในวันนี้ ที่ประชุมได้มีมติ และมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับราคาดีเซลขึ้นสู่ระดับเพดาน 33 บาทต่อลิตร เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สามารถพยุงราคาต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตราคาตลาดโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง และที่สำคัญคือเพื่อลดส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ ขณะนี้ทุกประเทศรอบข้างล้วนมีราคาสูงกว่า 33 บาทต่อลิตรทั้งสิ้น หากเราไม่ปรับตัวตอนนี้ ภาระของกองทุนฯ จะหนักเกินไปจนอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคตได้"
กระทรวงพลังงานเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ขอให้ประชาชนเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด โดยมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางพลังงานในระยะยาว



