กฟผ. เร่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญแต่มีความเสี่ยงสูง
เตรียมแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงและแหล่งผลิตไฟฟ้าทดแทน
เบื้องต้น กฟผ. มั่นใจว่าสถานการณ์ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าในประเทศ แต่ได้เตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบคอบ โดย จัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่น เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและลดการพึ่งพาเส้นทางเดียว พร้อมกันนี้ เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ กฟผ. ยังวางแผนปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าให้เหลือน้อยที่สุด
ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด
กฟผ. เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยมาตรการ "5 ป." ซึ่งประกอบด้วย:
- ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
- ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม
- ปลด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
- เปลี่ยน ไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
- ปลูก ต้นไม้เพื่อช่วยลดความร้อน
มาตรการนี้จะช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศและเสริมความมั่นคงพลังงานในระยะยาว โดยกฟผ. จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ



