บุรีรัมย์จัดใหญ่ งานเครื่องเคลือบพันปี ครั้งที่ 34 กระตุ้นเศรษฐกิจหลังปะทะชายแดน
บุรีรัมย์จัดงานเครื่องเคลือบพันปี ครั้งที่ 34 กระตุ้นเศรษฐกิจ (18.02.2026)

บุรีรัมย์เตรียมจัดงานใหญ่ “เครื่องเคลือบพันปี” ครั้งที่ 34 กระตุ้นเศรษฐกิจหลังเหตุปะทะชายแดน

อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังเตรียมจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ “เครื่องเคลือบพันปี ประเพณีบ้านกรวดและงานกาชาดอำเภอบ้านกรวด” ครั้งที่ 34 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม 2569 งานนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์และโบราณคดีอันยาวนานของบ้านกรวด

นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด เปิดเผยว่า อำเภอบ้านกรวดได้รับการยอมรับว่าเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ทั้งในด้านศิลปกรรมและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภทเคลือบสี หรือที่เรียกว่า เครื่องถ้วยเขมร ซึ่งมีอายุมากกว่าพันปี

นอกจากนี้ ยังพบว่าในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดมีเตาเผาโบราณอยู่ 7 กลุ่ม รวมประมาณ 100 เตา และมีเครื่องเคลือบที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งขุดพบทั่วไปในทุกตำบลและหมู่บ้าน หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า บ้านกรวดเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องเคลือบโบราณที่ส่งไปจำหน่ายยังหัวเมืองต่างๆ ในภูมิภาคแถบนี้และพื้นที่ใกล้เคียง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความมั่นคงและความปลอดภัยในช่วงจัดงาน

นายอำเภอบ้านกรวด กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนในช่วงนี้ว่า ยังคงนิ่งสงบ จากการประสานงานกับกองทัพภาค 2 เชื่อว่าในช่วงจัดงานจะไม่เกิดสถานการณ์ใดๆ เนื่องจากฝั่งกัมพูชายังไม่มีความพร้อมในช่วงนี้ จึงมั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยว

การคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

งาน “เครื่องเคลือบพันปี” ครั้งที่ 34 นี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากกว่า 10,000 คน สร้างเงินสะพัดในพื้นที่หลายสิบล้านบาท ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอบ้านกรวด หลังจากที่พื้นที่ประสบปัญหาจากการสู้รบถึง 2 รอบในช่วงที่ผ่านมา งานนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โดยสรุป งานดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบุรีรัมย์ในการแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนหลังเหตุการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น