กรุงไทยแนะ 3 กลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวน หลังตะวันออกกลางคลี่คลายหนุนตลาดหุ้นโลกทำ All-time High
กรุงไทยแนะ 3 กลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวน

กรุงไทยชี้ตะวันออกกลางคลี่คลายหนุนตลาดหุ้นโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ แนะ 3 กลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวน

วันนี้ (21 เมษายน 2569) ทีมกลยุทธ์การลงทุนของธนาคารกรุงไทยได้เผยแพร่การวิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนทั่วโลก โดยชี้ให้เห็นว่าบรรยากาศการลงทุนได้กลับเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) อีกครั้ง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโลกทำ All-time High

ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราวได้ช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยดัชนีสำคัญอย่าง S&P 500, NASDAQ 100 และ Nikkei สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) ได้อีกครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการลงทุนในระยะสั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

3 กลยุทธ์ลงทุนหลักจากกรุงไทย

ทีมกลยุทธ์การลงทุนของกรุงไทยได้แนะนำ 3 กลยุทธ์สำคัญสำหรับนักลงทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาด ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. การคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) เพื่อรับโอกาสเติบโตจากแนวโน้มตลาดที่ยังคงแข็งแกร่ง
  2. การกระจายความเสี่ยง (Diversification) โดยการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) เน้นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เช่น Technology, Semiconductor, Healthcare, Power Bottleneck และ Renewable Energy พร้อมกับการลงทุนในหุ้นจีนฝั่ง A-Share
  3. การเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลง (Buy on Dip) โดยเน้นจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวบริเวณแนวรับสำคัญ เพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety)

โอกาสสะสมทองคำป้องกันความเสี่ยงระยะยาว

นอกจากนี้ กรุงไทยยังมองว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำในปัจจุบันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการทยอยสะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินในระยะยาว การลงทุนในทองคำสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ควบคู่ไปกับการกระจายพอร์ตการลงทุนอื่นๆ

ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ทีมกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นย้ำว่าควรติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการฟื้นตัวของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของเดือนมีนาคม

ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการลงทุนทั่วโลก

โดยสรุป การวิเคราะห์ของกรุงไทยชี้ให้เห็นว่าแม้ตลาดหุ้นโลกจะได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่คลี่คลาย แต่การลงทุนยังคงต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังและใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต