YLG เผยสถิติช็อก! ราคาทองไม่ใช่ 'เซฟเฮฟเวน' ตลอด หลังวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก
YLG ชี้ ราคาทองไม่ใช่เซฟเฮฟเวนตลอดหลังวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

YLG เผยสถิติช็อก! ราคาทองไม่ใช่ 'เซฟเฮฟเวน' ตลอด หลังวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับราคาทองคำ หลังวิเคราะห์ 8 เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญของโลกตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา พบว่า ราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกเสมอไป ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งหรือวิกฤตต่างๆ ตรงกันข้าม ในหลายครั้งราคายังปรับตัวลดลงในช่วงแรก ก่อนจะฟื้นตัวและทะยานขึ้นในระยะถัดไป

สถิติราคาทองหลังเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ

จากการศึกษาของ YLG พบการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำในเหตุการณ์สำคัญ ดังนี้

  1. เหตุการณ์ 911 และระเบิดงานบอสตันมาราธอน: ราคาทองปรับขึ้นแรง 7% ใน 1 สัปดาห์แรก แต่ลดลงในช่วงถัดไป
  2. สงครามอิรัก: ราคาตอบสนองเชิงลบในระยะแรก ก่อนปรับขึ้นใน 2 เดือนต่อมา
  3. โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน: ปรับขึ้นเพียง 2% ในสัปดาห์แรก แต่ขึ้นแรงใน 1 เดือนถัดไปจากปัจจัยอื่น เช่น การลดดอกเบี้ยของเฟดและสงครามการค้า
  4. โจมตีโรงกลั่น Saudi Aramco: ปรับขึ้น 2% ในสัปดาห์แรก แล้วลดลงต่อมา
  5. สหรัฐโจมตีทำลายนายพลโซเลมานิ: ปรับขึ้น 1% ในสัปดาห์แรก แต่ขึ้นแรงจาก COVID-19 และนโยบายการเงินผ่อนคลาย
  6. รัสเซียบุกยูเครน: ปรับขึ้น 5% ในสัปดาห์แรก ลดลงในเดือนถัดไป จากเฟดขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
  7. สหรัฐโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านปี 2025: ราคาแทบไม่ตอบสนอง
  8. สหรัฐโค่นผู้นำเวเนซุเอลาปี 2026: ตอบสนองเชิงบวกต่อเนื่อง แต่จากปัจจัยอื่น เช่น ความกังวลเรื่องเฟดและนโยบายทรัมป์

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทอง

นางพวรรณ์อธิบายว่า ในช่วงวิกฤตใหญ่ ตลาดมักเห็นการขายสินทรัพย์รวมถึงทองคำลงพร้อมกัน เนื่องจากนักลงทุนต้องการสภาพคล่อง อย่างไรก็ดี หลังจากความตื่นตระหนกผ่านไป ตลาดจะเริ่มแยกแยะสินทรัพย์ที่ควรถือระยะยาว และทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองในระยะยาว ได้แก่

  • เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
  • นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
  • สถานการณ์เงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

YLG แนะนำว่า ไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น เนื่องจากทองคำมักปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระยะสั้นเท่านั้น ควร

  • กำหนดจุดตัดขาดทุน (Cut loss) เพื่อจำกัดความเสี่ยง
  • แบ่งขายทองคำทำกำไรเป็นระยะ
  • ระมัดระวังการไล่ซื้อเมื่อราคาตอบรับเชิงบวก เพราะอาจเป็นเพียงระยะสั้น
  • พิจารณาปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐและนโยบายเฟด

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนกระทบเศรษฐกิจโลก เช่น ราคาพลังงานสูงต่อเนื่องหรือความผันผวนในตลาดการเงิน ทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง

เป้าหมายราคาทองในปีนี้

YLG ยังคงมองเป้าหมายระยะยาวเป็นขาขึ้น โดยประเมินไว้ที่

  • 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 84,000 บาทต่อบาททองคำ
  • 5,824 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 87,500 บาทต่อบาททองคำ

(คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 31.66 บาทต่อดอลลาร์) สรุปได้ว่า แม้ทองคำจะถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การลงทุนควรอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจมากกว่าการตอบสนองต่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว