ก.ล.ต. ปรับหลักเกณฑ์ให้กองทุน Thai ESG ลงทุนในหุ้น JUMP+ เริ่มมีผล 1 มี.ค. 69
ก.ล.ต. ปรับหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนในหุ้น JUMP+

ก.ล.ต. ปรับหลักเกณฑ์ให้กองทุน Thai ESG ลงทุนในหุ้น JUMP+ เริ่มมีผล 1 มี.ค. 69

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) อย่างเป็นทางการ โดยอนุญาตให้กองทุนดังกล่าวสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) และมีคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าได้

การปรับปรุงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยในการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจด้านธรรมาภิบาลควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการเติบโตของบริษัทอย่างมีคุณภาพ

รายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการใช้กลไกตลาดทุนส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน และให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ การปรับปรุงยังครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund: Thai ESGX) ด้วย โดยหลังจากประกาศมีผลใช้บังคับ กองทุนรวม Thai ESG และ Thai ESGX สามารถลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน (ESG) ได้ ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • หุ้นกลุ่มความยั่งยืนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้าน ESG การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผ่านการทวนสอบ ธรรมาภิบาลดีเลิศและเปิดเผยแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (Corporate Value Up Plan: CVUP) หรือเข้าร่วมโครงการ JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป
  • ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน
  • โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน
  • หน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือ ESG

ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต

การปรับปรุงหลักเกณฑ์นี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนรวม Thai ESG (รวม Thai ESGX) มีจำนวน 77 กองทุน ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ประมาณ 104,107 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 252% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567

นายเอนก อยู่ยืน ยังเน้นย้ำว่า Thai ESG เป็นกองทุนรวมที่มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน การปรับปรุงครั้งนี้สอดคล้องกับหลักการที่ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568

โดยรวมแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและการเติบโตอย่างมีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับนักลงทุนที่สนใจในผลิตภัณฑ์การลงทุนที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายตัวของตลาดทุนไทยในอนาคต