ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยตั้ง 3 กลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล กลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ และกลุ่มธุรกิจการเงินดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
รายละเอียดการปรับโครงสร้าง
การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป โดยจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเพื่อดูแลแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้
- กลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล: ดูแลผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับลูกค้าบุคคล ครอบคลุมบัญชีเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน
- กลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ: ดูแลลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงบริการทางการเงินที่ซับซ้อน
- กลุ่มธุรกิจการเงินดิจิทัล: ดูแลธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น SCB Easy และ Robinhood รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน
เหตุผลในการปรับโครงสร้าง
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCB กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวของธนาคาร เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในยุคดิจิทัลที่รุนแรงขึ้น
การปรับโครงสร้างนี้คาดว่าจะช่วยให้ธนาคารสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัลที่มีอัตราการเติบโตสูง
ผลกระทบต่อพนักงาน
ธนาคารยืนยันว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานในระดับปฏิบัติการ โดยจะเน้นการปรับบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานบางส่วนให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ พร้อมทั้งจัดอบรมพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนที่จะรับสมัครพนักงานใหม่ในสายงานดิจิทัลและเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขัน
มุมมองของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งมองว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการดำเนินงานของ SCB ในระยะยาว เนื่องจากธนาคารกำลังปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ ว่าจะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ SCB ในการเป็นผู้นำด้านการเงินดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของธนาคารที่ต้องการเป็น 'Digital Bank with Human Touch'



