INVX เตือน SET ปรับตัวลงจากวิกฤติตะวันออกกลางทวีความรุนแรง นักลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-off
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกมาเตือนว่า ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มปรับตัวลงในระยะสั้น หลังนักลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-off เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกเข้าสู่บทใหม่ของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
วิเคราะห์ 3 ฉากทัศน์จากวิกฤติตะวันออกกลาง
INVX ประเมินว่ามี 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นหลังวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่นี้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้น ดังนี้
- การโจมตีจำกัดแต่หยุดเร็ว (โอกาส 30%) : มองว่าฝ่ายสหรัฐประกาศชัยชนะ ราคาน้ำมันดิบ Brent ระยะสั้นอยู่ที่ US$75-80 ต่อบาร์เรล และจะลดลงเร็วหลังเหตุปะทะยุติ ทำให้เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ US$65-70 ต่อบาร์เรล ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับรับมือได้ ส่วน SET อาจตกใจชั่วคราวแต่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -15 ถึง -50 จุด (-1% ถึง -3%) และเป้าหมาย SET ยังคงอิง PER 16 เท่าที่ 1530 จุด
- สงครามยืดเยื้อ แต่ไม่ลุกลาม (โอกาส 50%) : มองว่าเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบ Brent ระยะสั้นปรับขึ้นมากกว่า $80 ต่อบาร์เรล และเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ US$70-100 ต่อบาร์เรล เริ่มมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ส่วน SET เกิดภาวะ Risk-off โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -50 ถึง -75 จุด (-3% ถึง -5%) และเป้าหมาย SET อิง PER 14-16 เท่า ที่ 1318-1506 จุด
- สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค (โอกาส 20%) : มองว่ากลุ่มฮูตีและฮิซบูเลาะห์เปิดแนวรบ ราคาน้ำมันดิบ Brent ระยะสั้นและเฉลี่ยทั้งปีปรับขึ้นมากกว่า $100 ต่อบาร์เรล มีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย ส่วน SET เกิดภาวะ Extreme Risk-off โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -75 ถึง -150 จุด (-5% ถึง -10%) และอาจถูก De-rating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าที่ 1100 จุด
กลยุทธ์ลงทุนในภาวะ Risk-off
INVX แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะการลดน้ำหนักหรือเลี่ยงหุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน เช่น ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ และโรงพยาบาลระดับบนที่ได้รับผลกระทบจากลูกค้าตะวันออกกลางลดลง
ในทางกลับกัน ช่วงสั้นมองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP, PTT, BCP เพื่อ Hedging พอร์ต และกลุ่มเดินเรือซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น ได้แก่ PSL, TTA, RCL, PRM รวมทั้งหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูงหากราคาปรับลงแรง ได้แก่ ADVANC, TRUE, BEM, CHG
สำหรับนักลงทุนที่สนใจต่างประเทศ INVX มองบวกต่อหุ้นกลุ่ม defense อาทิ RTX, LHX, LMT ส่วนกองทุนแนะนำ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD) รวมทั้งกองทุนทองคำ เช่น K-GOLD-A(A), ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)
แนวรับ-แนวต้านทางเทคนิค
ทางเทคนิค INVX ประเมินว่าดัชนี SET มีโอกาสลงมาทดสอบบริเวณแนวรับที่ 1490/1480 จุด หากยืนได้ยังไม่ทำให้ภาพรวมเสียหายมากนัก ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1510/1520 จุด โดยช่วงสั้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะผันผวนสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่
ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวได้ก้าวเข้าสู่ภาวะสงคราม ซึ่งนักลงทุนควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป



