เซนทรัล รีเทล เปิดโรดแมปปี 2569 ใช้งบ 1.8 หมื่นล้าน ขยายไทย-เวียดนาม พร้อมแผนสำรองรับวิกฤตพลังงาน
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ภายใต้การนำของ นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2569 โดยมีแผนใช้งบลงทุนประมาณ 16,000 ถึง 18,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่ในประเทศไทย 13 ถึง 17 สาขา และในเวียดนามอีก 8 สาขา พร้อมปรับปรุงสาขาใหญ่อีก 7 แห่ง
ผลประกอบการปี 2568 และกลยุทธ์การเติบโต
ในปี 2568 CRC มีรายได้รวม 253,165 ล้านบาท EBITDA 29,836 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,432 ล้านบาท โดยผลประกอบการมาจากกลยุทธ์ที่ตอบสนองภาคการท่องเที่ยวและการปรับรูปแบบร้านสะดวกซื้อเป็น Tops Daily Hybrid จำนวน 52 สาขา ซึ่งเพิ่มโซนไวน์ เบเกอรี่อบสด และสินค้ากลุ่มครีมกันแดดเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ได้ปรับโฉมใหม่และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าขึ้นอีกร้อยละ 10 รวมถึงนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ส่งผลให้ยอดขายรวมเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
การขยายตลาดเวียดนามและความสำเร็จของ The1 Card
สำหรับการขยายฐานลูกค้าในเวียดนาม CRC ประสบความสำเร็จสูงจากการเปิดตัวระบบสมาชิก The1 Card แบบเต็มรูปแบบในทุกสาขาทั่วเวียดนามในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยสามารถเพิ่มยอดสมาชิกจาก 100,000 คนในช่วงทดสอบระบบ กระโดดขึ้นเป็น 4.3 ล้านคน ในระยะเวลาเพียงสองเดือน และมีสัดส่วนการทำธุรกรรมผ่านบัตรสมาชิกสูงถึงร้อยละ 84
บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตของฐานสมาชิกที่จะทะลุ 20 ล้านคนในอนาคต พร้อมใช้เทคโนโลยีเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 5 เท่า เพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นผู้ซื้อได้ร้อยละ 26 และเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ได้ร้อยละ 50
ธุรกิจดาวรุ่งและเป้าหมายการเติบโตในปี 2569
ธุรกิจดาวรุ่งอย่าง Auto1 และ mini go! ในเวียดนามมีการเติบโตของยอดขายในระดับตัวเลขสองหลัก และมีกำไรสุทธิเติบโตมากกว่าสองหลักเช่นกัน ทำให้บริษัทตั้งเป้าหมายขยายสาขา Auto1 เพิ่มอีก 50 สาขา และ mini go! เพิ่มอีก 6 สาขาในปี 2569
สำหรับปี 2569 บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตร้อยละ 4 ถึง 5 และ EBITDA จะเติบโตที่ร้อยละ 5 ถึง 7 โดยกลยุทธ์หลักยังคงมุ่งเน้นตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีสาขากว่า 3,000 แห่ง และเวียดนามที่มีสาขากว่า 120 แห่ง
แผนรับมือวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ในประเด็นสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน CRC ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยผลกระทบจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1 ของธุรกิจเท่านั้น
บริษัทยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมการกักตุนสินค้า และมีสต็อกสินค้าที่หมุนเวียนเร็วรองรับได้ถึง 30 วัน โดยสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นส่วนใหญ่ผลิตภายในประเทศไทย จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด
ในกรณีที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงจนเกิดวิกฤตพลังงาน บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือและน้อมรับนโยบายประหยัดพลังงานของภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยเตรียมแผนสำรองในการลดการใช้งานลิฟต์ลง
ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่
CRC มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่าคาดหวังให้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สินระยะยาวของคนไทย พร้อมเสนอแนะให้ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะด้วยการเพิ่มความถี่ ขยายเวลาให้บริการ หรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะเป็นทางออกที่ช่วยประหยัดพลังงานและรักษาประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีกว่าการบังคับใช้มาตรการทำงานจากที่บ้าน
นายสุทธิสาร กล่าวย้ำว่า "ขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาสินค้าขาดสต็อกเพราะสินค้าจำเป็นส่วนใหญ่ผลิตในไทย สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ผมเชื่อมั่นว่านโยบายต่างๆ จะออกมาได้เร็วและตอบสนองทันสถานการณ์ หากมีนโยบายประหยัดพลังงานเราพร้อมสนับสนุน"



