เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากผลการประชุมเฟดและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ ตามรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย
บาทแข็งค่าช่วงสั้นก่อนอ่อนแรง
เงินบาทแข็งค่าช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาทยอยอ่อนค่า หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ตามเดิม แต่ก็มีมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง
น้ำมันพุ่งกดดันสกุลเงินเอเชีย
เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังเผชิญแรงขายท่ามกลางการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกลับมาเจรจาสันติภาพกันเมื่อใด ประกอบกับผลการประชุมเฟดสะท้อนว่า เฟดมีแนวโน้มยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน และสมาชิกเฟดมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อการส่งสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะพลิกแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยน หลังทางการญี่ปุ่นกล่าวเตือนถึงการเข้าดูแลหากเงินเยนผันผวน-อ่อนค่าเร็วเกินไป
กรอบบาทสัปดาห์หน้า 32.40-33.20
สำหรับสัปดาห์ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทยคาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนเมษายนของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเมษายนของสหรัฐฯ จีนและยูโรโซน
หุ้นไทยฟื้นตัวรับ กนง. คงดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดย SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนจะแกว่งตัวในกรอบแคบในเวลาต่อมา หลังจากมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 มาที่ 1.6% ซึ่งกระตุ้นความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย
ดัชนีหุ้นไทยกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และกลุ่มวัสดุก่อสร้างหลังบริษัทที่ดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด
อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาว เนื่องจากนักลงทุนกลับมาระมัดระวังในการลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ตลาดให้ความสนใจยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก
แนวรับ-แนวต้าน SET สัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์ที่ 4-8 พฤษภาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนเมษายนของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนเมษายนของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน



