ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตตาม 3 ธีมหลัก ซึ่งสามารถสร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤตและลดความเสี่ยงจากการคาดเดาทิศทางตลาดเพียงด้านเดียว
วิเคราะห์ตลาดหุ้นหลังสงคราม: ฟื้นตัวใน 3-6 เดือน
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาความมั่งคั่งของธนาคารทิสโก้ ระบุว่า จากประวัติศาสตร์เหตุการณ์สงครามและความไม่สงบตั้งแต่ปี 1939 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นมักฟื้นตัวภายใน 3-6 เดือนหลังเกิดเหตุการณ์ โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงเฉลี่ย -8.6% ใช้เวลาประมาณ 16 วันถึงจุดต่ำสุด และราคาหุ้นกลับสู่ระดับเดิมในเวลาเฉลี่ย 3 เดือน
3 ธีมลงทุนรับมือความผันผวน
ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทีม Wealth Advisory ของทิสโก้แนะนำธีมลงทุนดังนี้:
1. กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก (Geopolitical Play)
ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลังงาน และทองคำ ซึ่งได้รับประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อประเทศต่าง ๆ เพิ่มงบประมาณกลาโหมและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น สถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1990 แสดงว่าดัชนี S&P500 Aerospace & Defense ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ใน 6 เดือนหลังความขัดแย้งปะทุ
2. กลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน (Resilience Play)
ได้แก่ กลุ่มเฮลธ์แคร์และสาธารณูปโภค ซึ่งมีธุรกิจทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจผันผวน ทำให้พอร์ตมีเสถียรภาพหากสงครามยืดเยื้อ กลุ่มนี้มีรายได้สม่ำเสมอและสามารถปรับราคาในสภาวะเงินเฟ้อได้
3. กลุ่มรอฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย (Recovery Play)
ประกอบด้วยตลาดหุ้นเอเชีย ไทย จีน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งอาจถูกกดดันจากราคาพลังงานสูงและความกังวลเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตร แต่พื้นฐานเศรษฐกิจเอเชียและเทคโนโลยียังแข็งแกร่ง การปรับฐานราคาทำให้มูลค่าการลงทุนน่าสนใจมากขึ้น
มุมมองราคาน้ำมัน: โอกาสพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลต่ำ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่าโอกาสที่ราคาน้ำมันจะทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากต้องมีการหยุดชะงักการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องกว่า 2-3 สัปดาห์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ต่ำ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอาจผันผวนสูงในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์คลี่คลายอาจเกิดแรงขายทำกำไรจนราคาปรับฐานลง
สำหรับแนวโน้มระยะยาว TISCO ESU ยังคงมองบวกต่อราคาน้ำมันจากปัจจัยโครงสร้าง เช่น กำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC ที่ลดลงและกระจุกตัวในซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงอุปสงค์น้ำมันโลกที่เติบโตต่อเนื่อง
นายณัฐกฤติ เน้นย้ำว่า “วิกฤตคือโอกาสเสมอ หากนักลงทุนกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม พอร์ตจะรับแรงกระแทกจากความผันผวนและสร้างโอกาสเติบโตเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ”



