ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของปี 2567 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 8,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,391 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
รายละเอียดผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2567 ธนาคารกรุงไทยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 18,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 5,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 โดยมีปัจจัยหลักจากค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรจากธุรกรรมทางการเงิน
สินเชื่อและหนี้เสีย
สินเชื่อรวมของธนาคาร ณ สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.2 ของสินเชื่อรวม ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรอง
ธนาคารตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสนี้จำนวน 3,200 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 9,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ตามการขยายธุรกิจ
มุมมองผู้บริหาร
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลประกอบการที่เติบโตสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนสินเชื่อที่มีคุณภาพและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
แนวโน้มไตรมาส 4
ธนาคารคาดว่าในไตรมาส 4 สินเชื่อจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่คุณภาพสินเชื่อจะยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ภายใต้การติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด



