ไทยลุยตลาดญี่ปุ่น ดันส่งออกมันสำปะหลังแปรรูปมูลค่าสูง กระจายความเสี่ยง
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมฯ ได้ประกาศแผนเร่งขับเคลื่อนนโยบายส่งออกมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขยายโอกาสทางการค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงของญี่ปุ่น ทั้งอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค
เดินหน้าผลักดันการค้าในญี่ปุ่น
ระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการค้าต่างประเทศมีกำหนดจัดคณะผู้แทนภาครัฐ นักวิชาการ และภาคเอกชนเดินทางไปเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันขยายโอกาสทางการค้าสินค้ามันสำปะหลังไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเป็นรูปธรรม
นางอารดา เฟื่องทอง เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมฯ มีแผนผลักดันการขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น มันอัดเม็ด และ แป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม
โอกาสทางการค้าในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังอันดับ 2 ของไทย ในปี 2568 ไทยส่งออกรวม 394,742 ตัน มูลค่า 261.64 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสัดส่วนสินค้าส่งออกเรียงลำดับตามมูลค่าดังนี้
- แป้งมันสำปะหลังแปรรูป ร้อยละ 84.4
- แป้งมันสำปะหลังดิบ ร้อยละ 15.1
- มันสำปะหลังอัดเม็ด ร้อยละ 0.3
- ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ (สาคู) ร้อยละ 0.2
อุตสาหกรรมปศุสัตว์ของญี่ปุ่นมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคที่ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยที่จะขยายการส่งออกไปยังอุตสาหกรรมดังกล่าวได้เพิ่มมากขึ้น
ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จจากการจัดคณะผู้แทนการค้าของกรมฯ ที่เดินทางไปขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลังที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2568 โดยล่าสุด บริษัทผู้พัฒนาสินค้าเกษตรนวัตกรรมและที่ปรึกษาเรื่องนวัตกรรมการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารในประเทศญี่ปุ่นได้แสดงความสนใจนำเข้าสินค้าเม็ดไข่มุก (Tapioca Pearl) และ เทอร์โมพลาสติกสตาร์ช (Thermoplastic starch) ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังไทย
จุดเด่นของมันสำปะหลังไทย
มันสำปะหลังไทยมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมาตรฐานมาอย่างยาวนาน มีเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม ซึ่งมีศักยภาพเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้หลากหลาย
นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต ไม่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม (Non-GMOs) และไม่มีสารกลูเตน (Non-Gluten) ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในประเทศญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
ผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย
กรมการค้าต่างประเทศเชื่อว่า การผลักดันครั้งนี้จะสามารถขยายการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังจากไทยไปยังญี่ปุ่นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังมีรายได้เพิ่มขึ้น ยังสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงทางการค้า เสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังทั้งระบบ และยกระดับราคามันสำปะหลังให้กับเกษตรกรภายในประเทศอย่างยั่งยืน
การกระจายความเสี่ยงจากการส่งออกตลาดเดียวเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในระยะยาว



