รัฐบาลยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมปรับรูปแบบการลงทุนเป็นแบบร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) และลดระยะเวลาเช่าพื้นที่เหลือ 50 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2573
รัฐมนตรีชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของโครงการ
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงความคืบหน้าของโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุมสภา โดยตอบข้อซักถามและข้อสังเกตจากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความจำเป็นของโครงการ นายสิริพงศ์ระบุว่า แนวคิดการเชื่อมต่อทางน้ำระหว่างสองฝั่งทะเลของไทยมีการหารือกันมานานนับทศวรรษ แต่ในปัจจุบันความจำเป็นทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะเศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกหนุนโครงการ
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและความแออัดที่เพิ่มขึ้นของช่องแคบมะละกา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะถึงจุดเต็มขีดความสามารถในการรองรับเรือขนส่งสินค้าภายใน 10 ปีข้างหน้า ทำให้การหยิบยกโครงการนี้มาพิจารณาเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์โลก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้และงานให้แก่คนไทย
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน่าสนใจ ดึงดูดนักลงทุน
สำหรับความคุ้มค่าในการลงทุน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาอย่างละเอียดร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผลการประเมินพบว่าตัวเลขทางสถิติน่าสนใจอย่างมาก โดยมีอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ จากการทำโรดโชว์ที่ผ่านมาพบว่ามีบริษัทระดับโลกให้ความสนใจร่วมศึกษาและติดตามโครงการมากกว่า 400 แห่ง
ปรับรูปแบบลงทุนเป็น PPP ลดภาระงบประมาณ
ในประเด็นงบประมาณที่สูงถึงกว่า 900,000 ล้านบาท นายสิริพงศ์ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด แต่จะใช้วิธีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership หรือ PPP) ซึ่งครอบคลุมทั้งการก่อสร้างท่าเรือ ระบบราง ล้อ และท่อ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐ
ลดระยะเวลาเช่าเหลือ 50 ปี สร้างความมั่นใจ
รัฐบาลให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยปรับเปลี่ยนเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าพื้นที่จากเดิมที่มีแนวคิดให้เช่า 99 ปี ปรับลดลงเหลือเพียง 50 ปี เพื่อลดความกังวลของสังคมและสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนและการรักษาอธิปไตยเหนือพื้นที่
แผนดำเนินงานและกรอบเวลา
รัฐบาลมีแผนผลักดันร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกข้อกฎหมายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนนักลงทุน หากการพิจารณากฎหมายและขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) เป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2573
การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วม
นายสิริพงศ์กล่าวถึงความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมว่า รัฐบาลยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะใช้มาตรการบริหารจัดการที่เข้มงวดที่สุดเพื่อให้คนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับโครงการได้อย่างยั่งยืน โดยในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ จะนำทีมลงพื้นที่เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในภาคใต้มากที่สุด



