ไทย-จีนเร่งส่งออกข้าวล็อตแรก 40,000 ตันภายใน ก.พ.นี้ ตั้งเป้าครบ 500,000 ตันในสิ้นปี พร้อมเดินหน้าการค้าและลงทุน
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำและหารือตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
ในการหารือครั้งนี้ นายอนุทินได้กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยประมาณวันละ 30,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน
ความร่วมมือการค้าและการส่งออกข้าวไทยไปจีน
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือทางการค้า โดยเฉพาะการส่งออกข้าวไทยไปจีนภายใต้กรอบความร่วมมือจำนวน 500,000 ตัน โดยมีกำหนดส่งมอบล็อตแรกภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ จำนวน 40,000 ตัน ฝ่ายจีนแสดงความตั้งใจที่จะเร่งรัดการสั่งซื้อเพิ่มเติม เพื่อให้ครบตามเป้าหมายภายในปี 2569 พร้อมย้ำความพร้อมในการเป็นตลาดสำคัญสำหรับสินค้าส่งออกของไทย
การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับธุรกิจและการลงทุน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและการลงทุน โดยเห็นพ้องถึงความสำคัญของการกำกับดูแลนักธุรกิจและนักลงทุนที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ฝ่ายจีนยืนยันว่าไม่สนับสนุนการกระทำดังกล่าวและพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในการบริหารจัดการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม
ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนหุ่นยนต์
ฝ่ายจีนยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งมีแนวโน้มที่บริษัทชั้นนำของจีนจะขยายการลงทุนมายังประเทศไทย คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างการจ้างงานและเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย
การกำกับดูแลสินค้าและความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะเดียวกัน จีนย้ำจุดยืนว่าไม่สนับสนุนสินค้าด้อยคุณภาพหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และพร้อมประสานความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการกำกับดูแลกระบวนการศุลกากรและการนำเข้าให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงระบุถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง และแสดงความพร้อมผลักดันความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
การกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ
ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ในการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ จากสถานการณ์สงครามทางการค้า และจีนพร้อมเป็นตลาดสำคัญในการนำเข้าสินค้าจากไทย



