ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% เริ่ม 3 เม.ย.นี้ ส่งผลกระทบทั่วโลก
ทรัมป์เก็บภาษีรถยนต์นำเข้า 25% เริ่ม 3 เม.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2568 เป็นต้นไป การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก

รายละเอียดของมาตรการ

มาตรการนี้ครอบคลุมถึงการนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกขนาดเล็ก และชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ เช่น เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้า โดยอัตราภาษี 25% จะถูกนำไปใช้กับมูลค่าของสินค้าที่นำเข้า ซึ่งสูงกว่าภาษีปกติที่เรียกเก็บในปัจจุบันอย่างมาก

ทำเนียบขาวระบุว่ามาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและส่งเสริมการผลิตภายในสหรัฐอเมริกา โดยอ้างถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก

นักวิเคราะห์คาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ รองจากแคนาดาและเม็กซิโก โดยในปี 2567 ญี่ปุ่นส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อรับมือกับมาตรการดังกล่าว รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ และการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน

นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว และระบุว่าญี่ปุ่นจะพิจารณามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม รวมถึงการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะที่เกาหลีใต้และเยอรมนีก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป และกลุ่มผู้ผลิตในเยอรมนีอย่าง BMW และ Volkswagen ต่างก็มีแผนที่จะขยายการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากภาษีดังกล่าว

ปฏิกิริยาจากภาคอุตสาหกรรม

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ระหว่างประเทศ (OICA) ได้ออกแถลงการณ์ประณามมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่าการเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงจะเป็นการบิดเบือนการค้าโลก และส่งผลเสียต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ เองที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น

ในทางกลับกัน สหภาพแรงงานยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา (UAW) ได้ออกมาสนับสนุนมาตรการของทรัมป์ โดยระบุว่าจะช่วยปกป้องแรงงานอเมริกันและสร้างงานในประเทศ

ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองต่อข่าวนี้ด้วยความผันผวน โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วงลงกว่า 2% ในวันที่ประกาศ ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่ามาตรการนี้อาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน