ส่งออกไทยเดือนม.ค.พุ่ง 24.4% สูงสุดในรอบ 4 ปี ขับเคลื่อนโดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ AI
ส่งออกไทยม.ค.โต 24.4% สูงสุดรอบ 4 ปี หนุนโดย AI

ส่งออกไทยเดือนมกราคม 2569 พุ่ง 24.4% สูงสุดในรอบ 4 ปี มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 980,744 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวถึง 24.4% นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 และถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมูลค่าส่งออกยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี AI

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า การส่งออกที่แข็งแกร่งในเดือนนี้ได้รับอานิสงส์หลักจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค

สำหรับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดุลการค้าขาดดุลแต่มูลค่าการค้ารวมขยายตัว

ด้านการนำเข้าในเดือนเดียวกัน มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปเงินบาท มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 1,097,445 ล้านบาท ขยายตัว 17.8% และดุลการค้าขาดดุล 116,700 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

โดยการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.8% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.7% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และน้ำตาลทราย

ตลาดส่งออกหลักยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ เช่น ตลาดหลัก ขยายตัว 24.1% เป็นการขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ ตลาดจีน ตลาดญี่ปุ่น ตลาดสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) และอาเซียน (5 ประเทศ) ขณะที่ตลาด CLMV หดตัว ส่วนตลาดรอง ขยายตัว 22.7% เป็นการขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ ทวีปออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา รัสเซียและกลุ่ม CIS และสหราชอาณาจักร ขณะที่ทวีปแอฟริกาหดตัว 3.6% และตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 50.7%

  • ตลาดสหรัฐฯ: ขยายตัว 43.1% ต่อเนื่อง 28 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ
  • ตลาดจีน: ขยายตัว 35.1% ต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง
  • ตลาดญี่ปุ่น: ขยายตัว 2.7% ต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และอัญมณีและเครื่องประดับ

แนวโน้มปี 2569 ยังขยายตัวต่อ แต่ต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง

ผู้อำนวยการสนค. กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกปี 2569 ว่า คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การลงทุนและพัฒนา AI และ Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้

นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสดังกล่าวยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว