ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า สถานการณ์แรงงานในไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.8 ล้านคน หดตัวในภาคเกษตรกรรม 3.4% และนอกภาคเกษตรกรรม 0.2% ขณะที่สาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้าขยายตัว 3.2% และสาขาการผลิตขยายตัว 1.2% แต่สาขาการก่อสร้าง โรงแรมและภัตตาคาร และการค้าส่งและค้าปลีกกลับหดตัว
จังหวัดที่มีแรงงานมากที่สุด
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครมีแรงงานมากที่สุดถึง 5.75 ล้านคน ตามด้วยสมุทรปราการ 1.52 ล้านคน นครราชสีมา 1.28 ล้านคน ชลบุรี 1.21 ล้านคน นนทบุรี 1.21 ล้านคน และปทุมธานี 1.21 ล้านคน สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวง
จังหวัดที่ใช้แรงงานน้อยแต่สร้างรายได้สูง
บางจังหวัดมีแรงงานไม่มากแต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ตัวอย่างเช่นลำพูน มีแรงงาน 2.2 แสนคน แต่ GPP ต่อคนสูงถึง 34,637 บาทต่อเดือน โดยอุตสาหกรรมคิดเป็น 51.9% บริการ 31.7% และเกษตร 16.5% จันทบุรี เมืองผลไม้มูลค่าสูงและตลาดพลอย มีแรงงาน 3.7 แสนคน GPP ต่อคน 35,154 บาทต่อเดือน เกษตร 52.9% อุตสาหกรรม 6.3% บริการ 40.8% ประจวบคีรีขันธ์ มีแรงงาน 2.8 แสนคน GPP ต่อคน 33,610 บาทต่อเดือน เกษตร 23.6% อุตสาหกรรม 23.9% บริการ 52.5% ชุมพร มีแรงงาน 2.8 แสนคน GPP ต่อคน 35,201 บาทต่อเดือน เกษตร 51.2% อุตสาหกรรม 10.2% บริการ 38.7% ภูเก็ต มีแรงงาน 3.5 แสนคน GPP ต่อคนสูงถึง 63,879 บาทต่อเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 2.3 เท่า โดยบริการ 93.1% เกษตร 3.28% อุตสาหกรรม 3.61% กระบี่ มีแรงงาน 2.4 แสนคน GPP ต่อคน 32,434 บาทต่อเดือน เกษตร 33.5% อุตสาหกรรม 7.1% บริการ 59.4%
จังหวัดที่แรงงานมากแต่รายได้ต่ำ
ในทางกลับกัน หลายจังหวัดมีแรงงานจำนวนมากแต่ GPP ต่อหัวแรงงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ เช่น ชัยภูมิ มีแรงงาน 489,872 คน GPP ต่อหัว 13,000-15,000 บาทต่อเดือน สกลนคร 414,374 คน GPP ต่อหัว 15,000-20,000 บาทต่อเดือน กาฬสินธุ์ 380,128 คน GPP ต่อหัว 13,000-15,000 บาทต่อเดือน มหาสารคาม 406,811 คน GPP ต่อหัว 13,000-15,000 บาทต่อเดือน สระแก้ว 372,037 คน GPP ต่อหัว 10,000-13,000 บาทต่อเดือน ตรัง 375,708 คน GPP ต่อหัว 15,000-20,000 บาทต่อเดือน สะท้อนว่าแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในกิจกรรมมูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น เกษตรขั้นต้น ค้าปลีกรายย่อย และบริการพื้นฐาน
ความแตกต่างสูงถึง 13 เท่า
หากเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอน พบว่าแรงงาน 1 คนในระยองสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าแม่ฮ่องสอนถึง 13 เท่า เนื่องจากระยองมีอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี และเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่แม่ฮ่องสอนพึ่งพาการท่องเที่ยวและเกษตรเป็นหลัก
บทสรุป
ข้อมูลจาก GISTDA สะท้อนว่า ปัญหาของไทยไม่ใช่การขาดแคลนแรงงาน แต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้แรงงานไม่สามารถสร้างรายได้สูงขึ้น การเพิ่มจำนวนคนทำงานไม่ใช่ทางออก แต่ควรเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าสูง เช่น การใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมขั้นสูง การท่องเที่ยวคุณภาพ เกษตรมูลค่าสูง และอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มรายได้ให้แรงงานอย่างยั่งยืน



