คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้ลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 15 ของอัตราที่กำหนดในกฎหมายเดิม สำหรับการจัดเก็บภาษีปี 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ
รายละเอียดมาตรการลดภาษี
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท ทั้งที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม โดยมีผลบังคับใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งหมายถึงการชำระภาษีในปี 2570 หลังจากนั้น รัฐบาลจะกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราเต็มตามกฎหมายเดิมอีกครั้งในปี 2570
วัตถุประสงค์ของมาตรการ
- เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
- เพื่อกระตุ้นการใช้ประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงให้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับเจ้าของบ้านหลังแรกที่ใช้อยู่อาศัยจริง รวมถึงการยกเว้นภาษีสำหรับที่ดินที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรในบางกรณี
ผลกระทบต่อรายได้รัฐ
การลดภาษีครั้งนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ในระยะยาวจากภาษีอื่นๆ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ขั้นตอนต่อไป
- ร่างพระราชกฤษฎีกาจะถูกเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย
- หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- เมื่อผ่านสภาแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ของตน



