สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ยังคงเดินหน้าโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยมุ่งเน้นการใช้แนวคิดต้นไม้แห่งคุณค่า เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับชุมชน พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาในทุกมิติ
เปิดตัวโครงการปีที่ 8
เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมเปิดตัวโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 10 แห่งจากทั่วประเทศเข้าร่วม
แนวคิดต้นไม้แห่งคุณค่า
พันโทหนุนกล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จในการส่งเสริม ยกระดับ และสร้างคุณค่าให้กับชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาอาชีพและเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น แนวคิดต้นไม้แห่งคุณค่าในปีนี้มุ่งเน้นการวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)
การนำ AI มาใช้
สำนักงานสลากฯ ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ เช่น การตลาด การสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการ เพื่อให้ชุมชนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแท้จริง ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10-20 ต่อปี และหลายแห่งสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบความเข้มแข็งที่ได้รับการยอมรับจากสังคม
ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ
โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8 มีชุมชนเข้าร่วมทั้งหมด 14 ชุมชน ประกอบด้วยชุมชนใหม่ 10 แห่ง ได้แก่ ชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จังหวัดนครพนม กลุ่มโฮมสเตย์บ้านสีกาย จังหวัดหนองคาย ชุมชนสะพานหิน จังหวัดเพชรบุรี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมชนบ้านช่องฟืน จังหวัดพัทลุง ชุมชนวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง จังหวัดระยอง ชุมชนบ้านป่าเม้าโฮแซว จังหวัดร้อยเอ็ด และวิสาหกิจชุมชนตาลโตนดโหนดนาเล จังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ยังมีชุมชนต้นแบบจากปีที่ 1-7 จำนวน 4 แห่งที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะเกร็ด ศิลปะ วัฒนธรรม เกษตร และนวัตกรรม จังหวัดนนทบุรี วิสาหกิจชุมชนฮักเกษตรคลองลานบ้านเฮา จังหวัดกำแพงเพชร วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้างบ้านปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย จังหวัดอุตรดิตถ์
การพัฒนา 4 ด้าน
ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาจากทีมที่ปรึกษาใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาชุมชน ด้านกลยุทธ์การตลาด ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดทำ E-Catalog นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเด่นของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปีที่ 1-8 การพัฒนาป้ายสำคัญในชุมชนและเอกสารแนะนำชุมชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักเพื่อเพิ่มรายได้
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปีที่ 1-8 มีชุมชนที่ได้รับการพัฒนาแล้วทั้งหมด 77 ชุมชน โดยในปีนี้สำนักงานฯ ได้ให้ความสำคัญกับการนำความรู้พื้นฐานด้าน AI มาประยุกต์ใช้ในการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลขั้นสูงให้กับชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดและสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับชุมชน และทำให้ชุมชนมีความพร้อมในการปรับตัวตามทิศทางของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
การยกระดับชุมชนด้วย AI
พันโทหนุนกล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานฯ ได้ยกระดับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI เพื่อให้ชุมชนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการต่อยอดการพัฒนา ซึ่งจะเป็นการสร้างนวัตกรรมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเกิดประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ภารกิจเพื่อสังคม
โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ พร้อมสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนได้ทางแฟนเพจสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน เว็บไซต์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล www.glo.or.th และติ๊กต๊อกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล



