รองประธานโอลิมปิกฯ จี้รัฐบาลตัดสินใจด่วน ยืนยันสิทธิ์เป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030
นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเรียกร้องรัฐบาลไทยให้เร่งตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เพื่อยืนยันสิทธิ์การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 หลังประเทศไทยสามารถก้าวเข้าสู่รอบ 3 ชาติสุดท้ายในการคัดเลือกแล้ว โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ ชิลี และ ปารากวัย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จจากการผลักดันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561
เดดไลน์ใกล้เข้ามา ไทยเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์หากส่งเอกสารไม่ทัน
ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ “เดดไลน์” การส่งเอกสารยืนยันสิทธิ์ต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ที่กำหนดไว้ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ โดยไทยยังขาดหนังสือยืนยันจากรัฐบาลในเรื่องงบประมาณจัดการแข่งขันจำนวน 5,600 ล้านบาท และงบเก็บตัวนักกีฬาอีก 1,500 ล้านบาท หากส่งไม่ทันตามกำหนด ประเทศไทยจะถูกปัดตกจากการคัดเลือกทันที ซึ่งนายกองเอก ชัยภักดิ์ ยอมรับว่ากังวลเรื่องช่วงรอยต่อของรัฐบาล แต่ต้องการให้เร่งตัดสินใจเพื่อไม่ให้โอกาสสำคัญนี้หลุดลอยไป
งบประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท คุ้มค่ากับการลงทุน
สำหรับงบประมาณรวมกว่า 7,000 ล้านบาทที่ต้องใช้ในโครงการนี้ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ยืนยันว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาล เพราะนอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ระดับโอลิมปิกแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้โชว์ฝีมือในเวทีโลกแบบครบทุกชนิดกีฬา และยังมีโอกาสบรรจุชนิดกีฬา อย่าง มวยไทย และ ตะกร้อ เข้าไปในการแข่งขันอีกด้วย
หลังจากนี้ต้องวัดใจรัฐบาลว่าจะกล้าเดินหน้าต่อเพื่อประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกีฬาไทยหรือไม่ โดยการตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจพลิกโฉมอนาคตของกีฬาเยาวชนไทยในระดับสากล



