ในศึกยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยผลการแข่งขันที่ตื่นเต้นและน่าจดจำ ทีมเจ้าบ้านสามารถคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดด้วยสกอร์ 4-0 สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก
การแข่งขันที่ไร้ข้อกังขา
ลิเวอร์พูลเริ่มเกมได้อย่างร้อนแรงและกดดันคู่แข่งตั้งแต่ต้นนาทีแรก โดยในนาทีที่ 15 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงประตูนำให้ทีมได้สำเร็จจากการจ่ายบอลที่แม่นยำของวิรจิล ฟาน ไดก์ ตามด้วยประตูที่สองในนาทีที่ 30 โดยซาดิโอ มาเน่ ที่ใช้ความเร็วหลบการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0
ครึ่งหลังที่ไร้ทางสู้
ในครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามปรับเกมและสร้างโอกาสบ้าง แต่การป้องกันที่แข็งแกร่งของลิเวอร์พูลทำให้ทีมเยือนไม่สามารถหาประตูตอบโต้ได้ ตรงกันข้าม ลิเวอร์พูลยังคงโจมตีต่อเนื่อง โดยโรเบร์โต ฟีร์มีโน่ ยิงประตูที่สามในนาทีที่ 60 และดิโยโก โจตา ปิดท้ายด้วยประตูที่สี่ในนาทีที่ 75 จากการเล่นแบบทีมเวิร์กที่สมบูรณ์แบบ
ผลกระทบต่อตารางคะแนน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของยูโรปาลีก โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องกลับไปปรับปรุงฟอร์มก่อนเลกที่สองที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งจะเป็นเกมตัดสินชี้ชะตา
ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล แสดงความพึงพอใจกับผลงานของนักเตะ โดยกล่าวว่า "นี่คือการแสดงที่ยอดเยี่ยมจากทุกคน เราต้องรักษาฟอร์มนี้ให้ได้ในเลกต่อไป" ส่วนฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับความพ่ายแพ้และมุ่งเน้นการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป
การแข่งขันนี้ดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลจำนวนมาก ทั้งในสนามและผ่านการถ่ายทอดสด สะท้อนถึงความนิยมของฟุตบอลยุโรปในประเทศไทยและทั่วโลก



