เมสซีและสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 220 ล้านบาท หลังละเมิดสัญญาเกมอุ่นเครื่อง
ลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลระดับโลก และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา กำลังเผชิญกับคดีความหนักหน่วง หลังถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 220 ล้านบาท จากกรณีละเมิดสัญญาไม่ลงเตะในเกมอุ่นเครื่องพิเศษระหว่างทีมชาติอาร์เจนตินากับเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลจำนวนมากที่ซื้อตั๋วเข้าชมในราคาสูงกว่าปกติ
รายละเอียดของข้อตกลงและความผิดหวังของแฟนบอล
บริษัท VID ซึ่งเป็นผู้จัดงานฟุตบอลนัดพิเศษดังกล่าว ได้ทำสัญญากับสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา โดยจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อดูแลสิทธิในการจัดเกมอุ่นเครื่อง 2 นัด โดยมีเงื่อนไขชัดเจนในสัญญาว่า เมสซีต้องได้ลงสนามอย่างน้อย 30 นาที ยกเว้นในกรณีที่มีอาการบาดเจ็บหรือป่วยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในวันแข่งขันจริง เมสซีกลับไม่มีชื่อแม้กระทั่งในรายชื่อตัวสำรอง และมีส่วนร่วมกับเกมเพียงในฐานะผู้ชมบนบ็อกซ์ VIP เท่านั้น
ผู้จัดงานได้โปรโมตอย่างเต็มที่ว่าเมสซีจะลงโชว์ฝีเท้าในนัดนี้ ทำให้แฟนบอลหลั่งไหลเข้าชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก แม้ราคาตั๋วจะสูงกว่าปกติก็ตาม ความผิดหวังนี้ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อหลังจบเกมอุ่นเครื่องเพียงไม่กี่วัน เมสซีกลับลงเล่นให้กับทีมอินเตอร์ ไมอามี และทีมชาติอาร์เจนตินา โดยไม่มีวี่แววของการเพิ่งหายเจ็บแม้แต่น้อย ส่งผลให้บริษัท VID ตัดสินใจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 7 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 220 ล้านบาท จากทั้งเมสซีและสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา
กรณีคล้ายคลึงกับโรนัลโดและบทเรียนจากอดีต
เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในวงการฟุตบอลโลก เมื่อปี 2562 คริสเตียโน โรนัลโด ในสมัยที่เล่นให้กับยูเวนตุส ก็เคยสร้างความผิดหวังให้แฟนบอลในเกมอุ่นเครื่องกับทีมออลสตาร์ เค-ลีก ที่เกาหลีใต้ โดยโรนัลโดไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว ทั้งที่แฟนบอลซื้อตั๋วเข้าชมเกมเต็มความจุของสนาม ในเวลาต่อมา ศาลในกรุงโซลมีคำสั่งให้ผู้จัดงานจ่ายเงินชดเชยครึ่งหนึ่งของค่าตั๋วเข้าชมและเงินเยียวยาให้กับแฟนบอลทุกคนที่ฟ้องร้อง
กรณีของเมสซีในครั้งนี้ จึงเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาสัญญาในวงการกีฬาระดับโลก และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักฟุตบอลและสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาในระยะยาว คดีนี้กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากสื่อและแฟนบอลทั่วโลก



