วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ สหรัฐฯ ยิงเรืออิหร่านกลางอ่าวโอมาน ทรัมป์ขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เตหะรานต้านเจรจารอบ 2
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมานานกว่า 50 วัน กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง เมื่อ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ใช้กำลังยิงเรือสินค้าอิหร่านกลางน่านน้ำสากล ท่ามกลางบรรยากาศการทูตที่ล้มเหลว
ทรัมป์ประกาศความสำเร็จ ยิงเรืออิหร่านฝ่ามาตรการปิดล้อม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ถึงความสำเร็จของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการเข้ายึดเรือสินค้า "TOUSKA" ติดธงอิหร่าน บริเวณอ่าวโอมาน โดยระบุว่าเรือลำดังกล่าวมีพฤติกรรมพยายามฝ่ามาตรการปิดล้อมทางทะเล และไม่อ่อนข้อต่อคำสั่งของเรือพิฆาต USS SPRUANCE จนนำไปสู่การตัดสินใจใช้กำลังยิงถล่มเข้าที่ห้องเครื่องจนเกิดความเสียหายอย่างหนักเพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนที่
ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่าเรือ TOUSKA ลำนี้มีความยาวเกือบ 900 ฟุต เดินทางมาจากมาเลเซียก่อนจะขาดการติดต่อและหยุดเคลื่อนที่กะทันหันในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่สหรัฐฯ อ้างสิทธิ์ในการเข้ายึด ทรัมป์ยืนยันว่าเรือลำนี้อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรเนื่องจากมีประวัติกิจกรรมผิดกฎหมาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสินค้าภายในทั้งหมดอย่างละเอียด
ทรัมป์ขู่ทำลายโรงไฟฟ้า-สะพาน บีบอิหร่านทำข้อตกลง เตหะรานปฏิเสธเงื่อนไขเพ้อฝัน
การใช้กำลังทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับความพยายามกดดันทางการทูตที่ดูเหมือนจะล้มเหลว ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานทั่วอิหร่าน หากประเทศนี้ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เตหะรานตอบโต้ด้วยการปฏิเสธการเข้าร่วมการเจรจารอบ 2 ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยระบุว่าสหรัฐฯ ขาดความจริงใจและมีจุดยืนที่กลับไปกลับมา
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านมองว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ คือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เมษายนอย่างรุนแรง ขณะที่ทูตอิหร่านประจำปากีสถานตอกกลับคำขู่ของทรัมป์ว่าเป็นการขู่ก่ออาชญากรรมสงครามและเป็นการทูตจอมปลอม
เจรจารอบ 2 ล่ม ปากีสถานเตรียมพร้อมสูงสุดรับคณะผู้แทนสหรัฐฯ
แม้กระแสข่าวจากฝั่งอิหร่านจะเป็นไปในเชิงปฏิเสธ แต่ที่ปากีสถานกลับมีการเตรียมพร้อมระดับสูงสุด โรงแรมหรูใจกลางเขตพื้นที่สีแดงถูกสั่งให้แขกเช็กเอาต์ทันทีเพื่อรองรับ "กิจกรรมสำคัญ" ซึ่งคาดว่าจะเป็นสถานที่รองรับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดี พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษาคนสำคัญอย่าง จาเร็ด คุชเนอร์
ประเด็นที่เป็นกำแพงกั้นกลางระหว่าง 2 ชาติคือ "โครงการนิวเคลียร์" และ "สิทธิการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยืนยันหนักแน่นว่าอิหร่านจะใช้มาตรการ "ก้าวต่อก้าว" เท่านั้น หากสหรัฐฯ ไม่เริ่มทำตามสัญญา อิหร่านก็จะไม่ถอยเช่นกัน
สถานการณ์เลบานอนน่ากังวล อิสราเอลลากเส้นเขตกันชนกวาดล้างเฮซบอลลาห์
ในอีกฟากหนึ่งของสมรภูมิ ข้อตกลงหยุดยิง 10 วันในเลบานอนยังคงมีผลบังคับใช้ แม้ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านจะพบเพียงซากปรักหักพัง แต่ความน่ากังวลอยู่ที่การเปิดเผยแผนที่การทหารของอิสราเอล ซึ่งมีการลากเส้น "เขตกันชน" ลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอน 5-12 กิโลเมตร เพื่อกวาดล้างกลุ่มเฮซบอลลาห์ สะท้อนให้เห็นว่าความสงบที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการหยุดพักเพื่อจัดระเบียบการสู้รบครั้งใหม่ที่อาจรุนแรงกว่าเดิม
วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่แน่นอน การใช้กำลังทางทหารและการขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ รวมถึงการปฏิเสธเจรจาของอิหร่าน ทำให้สถานการณ์เสี่ยงต่อการปะทุเป็นสงครามเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้



