ทรัมป์ขู่ทำลายล้างโครงสร้างพลังงานอิหร่าน หากไม่ยอมทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกคำขู่ที่รุนแรงต่ออิหร่าน โดยระบุว่าจะใช้มาตรการทำลายล้างหากประเทศดังกล่าวไม่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ และไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือกลับมาเป็นปกติ คำกล่าวนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ (30 มีนาคม 2569) ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น
คำขู่รุนแรงผ่านโซเชียลมีเดียและผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน
ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ในช่วงเช้าวันนี้ โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับรัฐบาลอิหร่านที่สมเหตุสมผลมากขึ้น เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค แต่หากข้อตกลงยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน และช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดเพื่อการค้า เขาจะสั่งให้ "ระเบิดและทำลายล้างให้สิ้นซาก" ทั้งโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้า บ่อน้ำมัน และเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์ส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงอาจรวมถึงโรงผลิตน้ำจืดทั้งหมดด้วย
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 มีนาคม) โดยเขาระบุว่า มีแนวโน้มต้องการยึดน้ำมันของอิหร่าน และกำลังพิจารณาการยึดเกาะคาร์ก ผลกระทบจากคำพูดของทรัมป์ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ สร้างความกังวลต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ
การขู่ครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มความกดดันอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทรัมป์เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ยังไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านในขณะนี้ แต่พร้อมจะลงมือหากการเจรจาล้มเหลว สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันกว่าร้อยละ 20 ของโลก
การขู่ทำลายล้างในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจยังคงผันผวนสูง หากความขัดแย้งยืดเยื้อและไม่มีการแก้ไขในระยะเวลาอันใกล้



