ประธานาธิบดีเมียนมาเสนอจัดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ทั่วประเทศ
พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้ประกาศข้อเสนอจัดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ทั่วประเทศ เมื่อวันนี้ (21 เมษายน 2569) ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี โดยข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานระยะ 100 วัน ที่มุ่งเน้นการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในเมียนมา
แผนการเจรจาภายใต้กรอบเวลา 100 วัน
การประกาศนี้เกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน โดยมิน ออง ไลง์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 10 เมษายน หลังการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่า ออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจของกองทัพ หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของออง ซาน ซูจี ในปี 2564
การรัฐประหารดังกล่าวได้ทำให้ความขัดแย้งในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยได้ร่วมมือกับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลกลางมานานหลายทศวรรษ นำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยังคงส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศ
การเชิญเข้าร่วมเจรจาและปฏิกิริยาจากฝ่ายต่อต้าน
รายงานระบุว่า มิน ออง ไลง์ ได้เชิญกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ให้เข้าร่วมการเจรจาภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ รวมถึงกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People’s Defense Force: PDF) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการปกครองของทหาร พร้อมเรียกร้องให้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายภายในกรอบเวลา 100 วัน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายต่อต้านหลักอย่างรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ได้แสดงท่าทีไม่ไว้วางใจ โดยเนโพนลัตต์ โฆษกของ NUG กล่าวว่า ข้อเสนอของกองทัพเป็นเพียง "คำเชิญลวง" เพื่อยืดเวลาการปกครองของทหาร และระบุว่าจะยังคงต่อสู้ร่วมกับกองกำลังอื่นต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
สถานการณ์กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์และความพยายามในอดีต
เมียนมามีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หลัก 21 กลุ่ม โดย 10 กลุ่มเคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ในปี 2558 และ 2561 แต่มีอย่างน้อย 4 กลุ่มที่กลับมาสู้รบอีกครั้งหลังการรัฐประหารในปี 2564
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทหารได้จัดการเจรจากับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์หลายครั้งตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังไม่สามารถบรรลุผลสำคัญใดๆ ความพยายามครั้งใหม่นี้มีขึ้นหลังจากกองทัพเริ่มกลับมาได้เปรียบในสนามรบตั้งแต่กลางปี 2568 ภายหลังการหยุดยิงที่จีนเป็นตัวกลาง และการเพิ่มกำลังพลผ่านกฎหมายเกณฑ์ทหาร
การตอบรับจากกลุ่มพันธมิตรและสถานการณ์ล่าสุด
กองทัพสามารถยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มติดอาวุธหลายแห่ง รวมถึงพันธมิตรสามพี่น้อง (Three Brotherhood Alliance) ที่เคยเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนจีน และในพื้นที่ตะวันตกของเมียนมา
ด้านกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรดังกล่าว ได้แสดงความยินดีกับมิน ออง ไลง์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และระบุว่าพร้อมเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมา
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยมีรายงานการโจมตีข้ามชายแดนและผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย ซึ่งกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



