อิสราเอล-เลบานอน เปิดเจรจาสันติภาพครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษที่สหรัฐฯ แม้ไร้ข้อสรุปแต่มีแนวโน้มเชิงบวก
อิสราเอล-เลบานอน เจรจาสันติภาพครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่สหรัฐฯ (14.04.2026)

ในวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งตรงกับช่วงค่ำของวันที่ 14 เมษายนตามเวลาสหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ขึ้นเมื่ออิสราเอลและเลบานอนจัดการเจรจาโดยตรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยมีมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการหารือครั้งสำคัญนี้

การเจรจาที่รอคอยมานานท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

การพูดคุยซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงต่อกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาคตะวันออกกลางมาอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายอิสราเอลปฏิเสธที่จะหารือเรื่องการหยุดยิงกับเลบานอน และกดดันให้เลบานอนปลดอาวุธกลุ่มเฮซบอลลาห์ ในทางกลับกัน ฝ่ายเลบานอนเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งที่คร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 2,124 คน และทำให้ประชาชนกว่า 1.1 ล้านคนต้องพลัดถิ่นในดินแดนของตนเอง

เสียงจากผู้แทนทั้งสองฝ่ายและตัวกลางสหรัฐฯ

นาดา ฮามาเดห์ โมอาวัด เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ กล่าวว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นไปในเชิงบวก โดยเธอได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง การอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นกลับบ้าน และมาตรการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมในประเทศของเธอ ขณะที่เยชีเอล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ เรียกการเจรจาครั้งนี้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยอดเยี่ยม เขาเน้นย้ำถึงจุดที่เห็นพ้องต้องกัน รวมถึงการผลักดันให้ขับไล่กลุ่มเฮซบอลลาห์ออกจากเลบานอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไลเตอร์กล่าวเสริมว่า "รัฐบาลเลบานอนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้เฮซบอลลาห์ยึดครองอีกต่อไป อิหร่านอ่อนแอลง เฮซบอลลาห์อ่อนแอลงอย่างมาก นี่คือโอกาส" ส่วนรูบิโอเองก็ยอมรับถึงความท้าทายข้างหน้า โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าความคืบหน้าอาจต้องใช้เวลา "เราเข้าใจว่าเรากำลังต่อสู้กับประวัติศาสตร์และความซับซ้อนที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ" รูบิโอกล่าว

ความหวังและอุปสรรคในกระบวนการสันติภาพ

แม้การเจรจาจะยังไม่นำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจนในทันที แต่ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าแนวโน้มมีลักษณะเชิงบวก การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนหลังจากความขัดแย้งที่ยาวนานนับสิบปี อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของประเด็นต่างๆ เช่น การมีอยู่ของกลุ่มเฮซบอลลาห์และบทบาทของอิหร่าน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขในอนาคต

การมีส่วนร่วมของสหรัฐอเมริกาในฐานะตัวกลางแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชุมชนระหว่างประเทศในการแสวงหาความสงบสุขในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสถานการณ์ความมั่นคงโดยรวมในระยะยาว