วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง: 3 ฉากทัศน์ทางรอดในสมรภูมิพลังงานโลกที่ปั่นป่วน
แม้ยากจะคาดการณ์ว่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่านจะลุกลาม บานปลาย หรือยุติลงในอนาคตอันใกล้ แต่ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา สมรภูมิพลังงานโลกได้ปั่นป่วนไปทุกทวีป แม้หลายประเทศไม่ได้เข้าร่วมรบหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิเคราะห์วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ผลกระทบ และทางลงของ "วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง" ไว้ 3 ฉากทัศน์ที่น่าจะเป็นไปได้
ฉากทัศน์ที่ 1: การเจรจาสันติภาพและประนีประนอม
ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาสันติภาพหาทางออกประนีประนอมกันได้ แต่ยังยืนหยัดในการรักษาเขตอิทธิพลซึ่งกันและกัน เช่น อิหร่านอาจคลายการปิดช่องแคบฮอร์มูซ แต่ขอสงวนท่าทีในการรักษากำลังรบ อาจบอกสหรัฐฯว่าจะยุติสงครามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ต้องมีกรอบเวลาที่ทำให้อิหร่านมีความยืดหยุ่นพอประมาณ ในขณะที่สหรัฐฯอาจปรับกลยุทธ์กลายเป็นการถวงดุลนอกชายฝั่ง คือจะไม่วางกำลังบนชายฝั่งและไม่ส่งทหารไปยึดภาคพื้นดินของอิหร่าน แต่จะเปลี่ยนเป็นใช้เรือรบวนอยู่รอบๆปากอ่าวเปอร์เซีย เพื่อประกันความมั่นคงให้กับรัฐรอบอ่าวเปอร์เซีย
ฉากทัศน์ที่ 2: การปะทะต่อเนื่องและขยายผล
จะปะทะกันแบบนี้ต่อไป แต่อาจมีการขยายผลของการโจมตีต่างๆบ้าง หรือลดเป้าการโจมตี ตามสถานการณ์หรือตามแต่คลังอาวุธที่แต่ละฝ่ายอาจลดลง หรือการเติมอาวุธในแต่ละห้วง เอาเป็นว่าในภูมิภาคตะวันออกกลางจะยังมีความปั่นป่วนอยู่ อิสราเอลประกบพลังสหรัฐฯและโลกอาหรับพื้นที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นอิหร่าน เลบานอน เยเมน และอาจมีพลังจากจีน รัสเซีย
ฉากทัศน์ที่ 3: การรบแตกหักเพื่อกำหนดดุลอำนาจใหม่
ต้องรบกันให้แตกหักเพื่อให้เห็นว่าใครแพ้ใครชนะ เพื่อกำหนดดุลอำนาจใหม่ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดุลยอำนาจ "อิสราเอล" ตัวแปรสงคราม กลยุทธ์บริหารจัดการความขัดแย้งที่ถูกนำมาใช้ทั่วโลก ในลักษณะผ่อนสั้นผ่อนยาวทีละขั้นตอน แต่ละฝ่ายอาจมีหลายข้อเสนอที่ตกลงกันได้ ส่วนในข้อที่ตกลงกันไม่ได้จะยืดเวลาออกไปเพื่อรอปรับดุลแห่งอำนาจ หรือผ่อนคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ แต่ในสงครามตะวันออกกลาง เรียกได้ว่ายังมีตัวแปรที่ไม่อาจทำให้การเจรจาเกิดขึ้นได้ง่าย
เนื่องด้วยชนชั้นนำกลุ่มใหม่ในอิหร่าน กำลังเปลี่ยนผ่านจากการนำของนักบวชสายอนุรักษ์นิยมดั้งเดิม ไปสู่การผสมผสานระหว่างนักบวชรุ่นใหม่ที่แข็งกร้าวและกลุ่มทหาร มีความโกรธแค้นและต้องการแก้แค้นสหรัฐฯและอิหร่านที่ลอบสังหารผู้นำหลายครั้งหลายครา ในขณะที่สหรัฐฯเริ่มไม่อนุญาตให้โดนัลด์ ทรัมป์ บริหารในแบบที่ใช้พลังอำนาจของประเทศไปทุ่มกับอิหร่านแบบสุดโต่งจนเกินไป
อิสราเอล: ตัวแปรสำคัญของสงคราม
รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่าอิสราเอลอาจเป็นตัวแปรของสงครามในครั้งนี้ สอดคล้องกับการโชว์แสนยานุภาพที่ผ่านมาเพื่อเก็บเกี่ยวชื่อเสียงและสร้างความหวาดกลัวให้กับภูมิภาคนี้มากขึ้น ถ้าเรียกให้เห็นภาพก็คือ ความพยายามที่จะสร้างมหารัฐอิสราเอล ซึ่งหมายถึงการยึดบางพื้นที่ในเลบานอน สร้างชนวนกันชนยุทธศาสตร์ที่งอกดินแดนขึ้นมาใหม่ อีกทั้งยังใช้อาวุธลูกใหญ่ใส่อิหร่านตั้งแต่ปีแล้ว สังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อิหร่านไปหลายคน สกัดเรือบรรทุกยุทธภัณฑ์พิเศษของรัสเซียบริเวณทะเลสาบแคสเปียนไม่ให้เข้าไปโหลดสินค้าเพื่อเข้าไปช่วยเตหะรานได้
"ดังนั้นประเทศเล็ก แต่ว่ามีฝันที่ทะเยอทะยานในการอยากจะเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งในตะวันออกกลาง ที่จะได้เห็นการคืบคลานบางอย่างในเชิงแสนยานุภาพของอิสราเอล"
สงครามเกมโชว์: ลากยาวและผลกระทบ
หากสหรัฐฯ-อิสราเอลยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันอยู่ แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันไปบ้าง โดยที่สหรัฐฯไม่ไปหักหรืออิสราเอลไม่ไปกดดันสหรัฐฯมากเกินไป จนทำลายระบบมิตรร่วมหรือแนวนโยบายต่างประเทศ เชื่อว่าพลังของฝั่งสหรัฐฯและอิสราเอลก็จะยังคงมีเสถียรภาพอยู่ การทำสงครามของทรัมป์เป็นในลักษณะเกมโชว์ บางทีขู่ บางทีใจดี บางทีเหมือนการละครว่าจะถล่มอิหร่านให้กับไปสู่ยุคหิน ทั้งที่ความเป็นจริงอาจจะทำแบบนั้นไม่ได้ แต่นั่นคือสำนวนโวหาร ซึ่งเป็นนิสัยส่วนตัวของทรัมป์ เมื่อผนวกกับความเป็นรัฐมหาอำนาจของสหรัฐฯ จึงยอมแพ้ง่ายๆไม่ได้และส่งผลให้เกมสงครามลากยาวออกไป
ขณะทางฟากฝั่งอิหร่าน หากพลาดพลั้งเสียเปรียบ เชื่อว่า "รัสเซีย-จีน" จะไม่อยู่นิ่งแน่นอน นั่นก็เพราะอาจส่งผลต่ออิทธิพลและผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ สถานการณ์จำลอง จีนอาจจะต้องประเมินสถานการณ์หากสหรัฐฯโจมตีอิหร่านหนัก จีนอาจต้องเข้าช่วยเหลือหรือเข้ามาคุยกับอิหร่านให้มีความแข็งน้อยลงเพื่อจะปิดดิวกับสหรัฐฯให้ได้ นั่นก็เพราะผลประโยชน์จากเรือลำเลียงสินค้าถูกปิดกั้นจากกองกำลังสหรัฐฯบริเวณน่านทะเลนอกเขตช่องแคบฮอร์มูซ
หรือในอีกฉากทัศน์ "รัสเซีย-จีน" ก็ต้องร่วมมือกันเปิดหน้าชนกับสหรัฐฯ เพราะหากสหรัฐฯยึดอิหร่านและเตหะรานได้ก็จะมีฐานกระโจนทางยุทธศาสตร์ในการดีดตัวเข้าไปปิดกั้นอิทธิพลรัสเซียในเทือกเขาคอเคซัสและทะเลสาบแคสเปียน
ชะตากรรมที่ยากทำนายในเกมสงคราม
ในเกมนี้หากสหรัฐฯมีความได้เปรียบจะทำให้มีอำนาจมากขึ้นในโครงสร้างการเมืองระดับโลก จีน-รัสเซียจะอยู่นิ่งไม่ได้ต้องใช้ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พลังของสหรัฐฯเป็นหนึ่งทางการเมืองโลกที่เข้มข้นเกินไป แต่หากเกมพลิกเป็นอิหร่าน สามารถยันสหรัฐฯกับอิสราเอลได้ก็จะส่งผลต่ออานุภาพของพันธมิตรร่วมอย่างเกาหลีเหนือ จีน รัสเซีย ซึ่งหมายถึงสหรัฐฯอาจจะเข้าสู่ปฐมบทจุดตกต่ำในโครงสร้างอำนาจโลกก็เป็นไปได้
"...ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่ามันจะจบในรูปแบบไหน แต่วันนี้เราอยู่ในเกมการเปลี่ยนถ่ายเปลี่ยนผ่านอำนาจก็ต้องดูว่ามันจะมีพลวัตรอย่างไร"



