ไมอามีถล่มโรงแรมหรู 23 ชั้นใน 20 วินาที เปิดทางโครงการอัลตราลักชัวรีใหม่
เมืองไมอามีของสหรัฐฯ เป็นฉากการปฏิบัติการระเบิดควบคุมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 10 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่น โดยอาคารโรงแรมแมนดาริน โอเรียนทัล ความสูง 23 ชั้น บนเกาะบริกเคล คีย์ ย่านที่พักอาศัยระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ถูกทำลายลงในเวลาไม่ถึง 20 วินาที ด้วยเทคนิคการระเบิดทำลายจากภายใน
ปฏิบัติการระเบิดควบคุมที่วางแผนมาอย่างยาวนาน
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. โดยมีการจุดพลุสัญญาณสีชมพูและสีน้ำเงินจากดาดฟ้าตึก ก่อนที่จะเกิดเสียงระเบิดต่อเนื่องหลายครั้ง ส่งผลให้อาคารที่เปิดใช้งานมานานกว่า 25 ปี พังถล่มลงมาท่ามกลางกลุ่มฝุ่นละอองขนาดใหญ่ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชนจำนวนมากที่มารอดูเหตุการณ์จากระยะที่ปลอดภัยพร้อมบันทึกภาพวิดีโอเก็บไว้
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ผ่านการวางแผนและประสานงานร่วมกับทางเมืองไมอามีมานานเกือบ 2 ปี โดยเลือกใช้วิธีระเบิดทำลายเนื่องจากเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อลดการรบกวนชุมชนโดยรอบให้น้อยที่สุด แม้จะมีการประกาศให้ผู้อยู่อาศัยในรัศมี 244 เมตรต้องอยู่แต่ภายในอาคารและปิดประตูหน้าต่างอย่างมิดชิดในช่วงเวลาดังกล่าวก็ตาม
เปิดทางโครงการอัลตราลักชัวรีแห่งใหม่
ทางด้านบริษัท สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า การรื้อถอนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาโครงการ "เดอะ เรสซิเดนเซส แอท แมนดาริน โอเรียนทัล ไมอามี" (The Residences at Mandarin Oriental, Miami) ซึ่งจะเป็นโครงการอาคารคู่ประกอบด้วยโรงแรมและที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี ที่มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2030
การถล่มอาคารในครั้งนี้ถือเป็นการใช้ระเบิดทำลายอาคารครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองไมอามีในรอบกว่าทศวรรษ และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกในฐานะจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในพื้นที่ดังกล่าว



