ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาก้าวไกล 31 ม.ค. 68
ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาก้าวไกล 31 ม.ค. 68

ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคก้าวไกล ในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568 เวลา 15.00 น. หลังจากที่ได้ดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นแล้ว โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567 ที่วินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ต่อมา กกต. ได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อยุบพรรคก้าวไกล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 92 ซึ่งศาลได้เริ่มกระบวนการไต่สวนตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีการเรียกพยานบุคคลและพยานเอกสารจำนวนมากมาสอบสวน รวมถึงตัวแทนจากพรรคก้าวไกลและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

รายละเอียดของคดี

คดีนี้มีประเด็นหลักคือ พรรคก้าวไกลได้ดำเนินการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายอาญาที่คุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อบ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และ 92 หากศาลวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลมีความผิดจริง พรรคอาจถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นับตั้งแต่ศาลรับคำร้อง พรรคก้าวไกลได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาล โดยยืนยันว่าการกระทำของพรรคเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยและไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง นอกจากนี้ พรรคยังได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแสดงให้เห็นว่าการแก้ไขมาตรา 112 เป็นข้อเสนอที่อยู่ในกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบทางการเมือง

การนัดฟังคำวินิจฉัยครั้งนี้สร้างความตื่นตัวในแวดวงการเมืองไทย เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงจากประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หากศาลมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างเฝ้าติดตามการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายค้านและกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมที่ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการแสดงออกทางการเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญขอให้สื่อมวลชนและประชาชนติดตามการถ่ายทอดสดการนัดฟังคำวินิจฉัยผ่านทางเว็บไซต์ของศาล และช่องทางออนไลน์อื่นๆ โดยจะมีการแถลงข่าวภายหลังการอ่านคำวินิจฉัย