ศูนย์สำรวจความคิดเห็นประชาชน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองประจำเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งพบว่าดัชนีดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นในทุกด้านเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่น
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองโดยรวมอยู่ที่ระดับ 45.6 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ที่ 43.2 จุด โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกองค์ประกอบย่อย ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล สถานการณ์ทางการเมือง และความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมือง
ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล
ดัชนีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอยู่ที่ 48.3 จุด เพิ่มขึ้นจาก 45.1 จุดในเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมีความมั่นใจในการบริหารงานของรัฐบาลมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการรักษาความสงบเรียบร้อย
ความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมือง
ดัชนีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองโดยรวมอยู่ที่ 44.2 จุด เพิ่มขึ้นจาก 41.8 จุด โดยประชาชนมองว่าสถานการณ์การเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงมีความกังวลในประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและการชุมนุมประท้วง
ความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมือง
ดัชนีความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมืองอยู่ที่ 42.1 จุด เพิ่มขึ้นจาก 40.3 จุด โดยพรรคการเมืองหลักได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น
ผลสำรวจระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นทางการเมืองปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม การจัดการเลือกตั้งซ่อมที่ราบรื่น และการลดลงของความรุนแรงทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน และความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่
ข้อเสนอแนะจากศูนย์สำรวจ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นประชาชนแนะนำให้รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านการแก้ไขปัญหาปากท้องและการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงการส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารงานเพื่อลดความกังวลเรื่องทุจริต
นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการทางการเมือง และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปรองดอง เพื่อลดความขัดแย้งและเพิ่มความเชื่อมั่นในระยะยาว



