สว.ถกปรับโครงสร้างภาษีไทย เสนอเพิ่ม VAT เป็น 10% เก็บภาษีทอง-หุ้น
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งเริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 มีวาระสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง นั่นคือการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง เกี่ยวกับแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย
รายงานดังกล่าวถูกนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยมีสาระสำคัญที่มุ่งเน้นการปฏิรูประบบภาษีเพื่อรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
ข้อเสนอหลัก: ปรับเพิ่ม VAT เป็น 10%
หนึ่งในข้อเสนอแนะที่โดดเด่นคือการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากปัจจุบันที่ 7% เป็น 10% โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการพัฒนาสวัสดิการของรัฐ และเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมสูงอายุที่กำลังจะมาถึง
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ร้านค้าทุกร้านออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดนโยบายสลากกินแบ่งในรูปแบบใบเสร็จ หรือที่เรียกว่า "ลอตเตอรี่ใบเสร็จไทย" เพื่อส่งเสริมการจัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
ขยายฐานการจัดเก็บภาษี
รายงานยังเสนอให้ยกเลิกการยกเว้นเกณฑ์รายได้สำหรับกิจการที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้การจัดเก็บ VAT เป็นไปอย่างเต็มระบบและครอบคลุมมากขึ้น
นอกจากภาษี VAT แล้ว ยังมีข้อเสนอจัดเก็บภาษีรูปแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น:
- จัดเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้น
- จัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ
- จัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- จัดเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ เช่น ภาษีสุรา ภาษียาสูบ ภาษีค่าความหวาน ภาษีโซเดียม และภาษีของทอดและไขมันทรานส์
- จัดเก็บภาษีป้ายนอกอาคาร ทั้งป้ายการค้าและป้ายที่ไม่ใช่การค้า เช่น ป้ายนักการเมืองอวยพรในเทศกาลต่างๆ
ผลกระทบและความคาดหวัง
การปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้รัฐบาล ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการลงทุนด้านสาธารณูปโภค สวัสดิการสังคม และการดูแลผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนนำไปปฏิบัติจริง
การประชุมในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดนโยบายภาษีของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาว



