กฎหมายทะเลสากลห้ามเก็บค่าผ่านทางช่องแคบธรรมชาติ IMO เตือนอิหร่านเสี่ยงสร้างแบบอย่างอันตราย
กฎหมายทะเลระหว่างประเทศห้ามชัดเจนในการเก็บ "ค่าผ่านทาง" ในช่องแคบธรรมชาติระหว่างประเทศ ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ออกมาเตือนว่าการกระทำดังกล่าวจะสร้างแบบอย่างอันตรายและส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะกรณีที่อิหร่านพยายามเรียกเก็บเงินที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่าร้อยละ 20 ของความต้องการโลก สถานการณ์นี้กลายเป็นจุดสนใจของนักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก
เจาะลึก UNCLOS กฎเหล็กคุ้มครองน่านน้ำสากล
ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งกว่า 171 ประเทศให้สัตยาบัน ได้ระบุถึงการจัดการช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศไว้อย่างชัดเจนในส่วนที่ 3 โดยเฉพาะมาตรา 38 ที่บัญญัติถึง "สิทธิการผ่านทางต่อเนื่องและรวดเร็ว" ซึ่งอนุญาตให้เรือและเครื่องบินของทุกรัฐมีเสรีภาพในการเดินทางผ่านช่องแคบที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลหลวงหรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะ โดยรัฐชายฝั่ง "ไม่สามารถขัดขวาง กีดกัน หรือระงับการผ่านทาง" ได้ตามมาตรา 44
แม้รัฐชายฝั่งอย่างอิหร่านจะมีอำนาจในการออกกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ การจัดระเบียบจราจรทางทะเล หรือการป้องกันมลพิษตามมาตรา 42 และ 43 ซึ่งเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างรัฐผู้ใช้เรือและรัฐชายฝั่งในการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ช่วยการเดินเรือ แต่ไม่มีข้อกำหนดใดที่อนุญาตให้รัฐชายฝั่งบังคับเก็บ "ค่าผ่านทาง" ได้โดยลำพัง รัฐชายฝั่งสามารถเรียกเก็บเงินได้เฉพาะค่าบริการที่ให้จริงเท่านั้น เช่น ค่าพนักงานนำร่อง ค่าช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน หรือค่าบำรุงรักษาที่เจาะจงเฉพาะเรือลำนั้น ๆ และที่สำคัญที่สุดคือต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ความต่างระหว่างช่องแคบธรรมชาติและคลองที่มนุษย์สร้าง
ช่องแคบอย่างฮอร์มุซ มะละกา หรือยิบรอลตาร์ คือ "ช่องแคบตามธรรมชาติ" ซึ่งถือเป็นสมบัติร่วมของมวลมนุษยชาติที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือสิทธิการเดินเรือโดยสมบูรณ์ได้ แต่สำหรับ "คลองที่มนุษย์สร้าง" อย่างคลองปานามาหรือคลองสุเอซ ประเทศเจ้าของพื้นที่ได้ลงทุนมหาศาลในการขุด ขยาย และบำรุงรักษาเส้นทางน้ำนั้นขึ้นมาเอง การเรียกเก็บค่าผ่านทางจึงถือเป็น "ค่าบริการโครงสร้างพื้นฐาน" ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
อิหร่านกับช่องแคบฮอร์มุซ: การเมืองเหนือกฎหมาย
กรณีที่ตึงเครียดที่สุดในขณะนี้คือช่องแคบฮอร์มุซ แม้อิหร่านจะลงนามใน UNCLOS แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอย่างเป็นทางการ และได้ประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทางกับเรือบางลำ โดยอ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยทางทะเลของตน อิหร่านพยายามใช้ตรรกะเดียวกับคลองที่มนุษย์สร้าง เพื่อเรียกเก็บเงินสูงสุดถึง 2,000,000 ดอลลาร์ต่อเรือหนึ่งลำ
ท่าทีนี้ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งยืนยันว่าฮอร์มุซคือช่องแคบสากลภายใต้ระบอบการผ่านโดยเสรีที่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินหรือระงับการผ่านได้ หากอิหร่านเดินหน้าเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซจริง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งทะยานขึ้นทันที เนื่องจากการขนส่งทางทะเลถือเป็นหัวใจหลักของการค้าโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่พึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนที่สูงมาก
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกฎจารีตระหว่างประเทศ
การที่รัฐใดรัฐหนึ่งตั้งด่านเก็บเงินสุ่มเรือสินค้าจะสร้างตัวอย่างที่อันตราย ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของเสรีภาพการเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์อื่น ๆ ทั่วโลกได้ เลขานุการ IMO อาซินีโอ โดมินกูซ ได้เน้นย้ำว่าเสรีภาพการเดินเรือคือหลักการที่ต้องปกป้อง การเรียกเก็บเงินผิดกฎหมายไม่เพียงแต่เป็นการทำลายข้อตกลงสากล แต่ยังเป็นการสร้างความไม่มั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจโลกในภาพรวม การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงินค่าผ่านทาง แต่เป็นเรื่องของการรักษา "ระเบียบโลกทางทะเล" เพื่อให้การค้าขายระหว่างประเทศดำเนินต่อไปได้อย่างไร้อุปสรรค
8 ช่องแคบและทางน้ำยุทธศาสตร์สำคัญที่กฎหมายโลกคุ้มครอง
- ช่องแคบมะละกา: ตั้งอยู่ระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นช่องแคบที่พลุกพล่านที่สุดของโลก มีปริมาณน้ำมันผ่าน 23 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ช่องแคบฮอร์มุซ: ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน เป็นทางผ่านปริมาณน้ำมัน 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ LNG
- ช่องแคบบับเอลมันเดบ: ตั้งอยู่ระหว่างเยเมนและจิบูตี เป็นทางเข้าสู่ทะเลแดงและคลองสุเอซ
- ช่องแคบยิบรอลตาร์: ตั้งอยู่ระหว่างสเปนและโมร็อกโก เชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับมหาสมุทรแอตแลนติก
- ช่องแคบตุรกี: รวมถึงช่องแคบบอสพอรัสและดาร์ดาแนลส์ เชื่อมทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- ช่องแคบเดนมาร์ก: ตั้งอยู่ระหว่างเดนมาร์กและสวีเดน เชื่อมทะเลบอลติกกับมหาสมุทรแอตแลนติก
- คลองปานามา: เชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับแอตแลนติก
- คลองสุเอซ: ตั้งอยู่ติดกับอียิปต์ เป็นทางลัดระหว่างยุโรปและเอเชีย



