วุฒิภูมิ หลาน รมว.เกษตร โพสต์แจงปมโยกย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เคยเข้าพบ
วุฒิภูมิ หลาน รมว.เกษตร โพสต์แจงปมโยกย้ายอธิบดีฝนหลวง

ความขัดแย้งเรื่องการโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งมีชื่อของนายวุฒิภูมิ จุฬางกูร หลานชายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ล่าสุดนายวุฒิภูมิได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา

วุฒิภูมิยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการสายการบินนกแอร์ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินดังกล่าว โพสต์ข้อความระบุว่า ตนไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้พิสูจน์แล้วว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่ตรงกับความเป็นจริง ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา นายวุฒิภูมิกล่าวว่าได้ทุ่มเทเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศเป็นสำคัญ ผู้ที่เคยร่วมงานและบุคคลใกล้ชิดต่างทราบดีถึงความตั้งใจนี้ พร้อมหวังว่าการพาดพิงหรือกล่าวหาจะยุติลง เพื่อให้ทุกฝ่ายกลับมามุ่งเน้นการทำงานที่สร้างสรรค์ต่อไป

เปิดไทม์ไลน์การติดต่อขอเข้าพบอธิบดี

นายวุฒิภูมิได้เปิดเผยไทม์ไลน์การติดต่อเพื่อขอเข้าพบอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • 16 กรกฎาคม 2568: ทีมงานติดต่อขอเข้าพบอธิบดี โดยระบุชัดเจนว่าไม่ใช่ตัวซีอีโอเข้าพบเอง
  • 22 กรกฎาคม 2568: ทีมงานเดินทางไปพบอธิบดี แต่อธิบดีตำหนิว่าซีอีโอไม่มาด้วยตนเองถือเป็นการไม่ให้เกียรติ จึงเชิญให้ทีมงานกลับและแจ้งให้ซีอีโอติดต่อมาใหม่ ต่อมาซีอีโอได้โทรศัพท์ไปขออภัยอธิบดี ใช้เวลาสนทนาเพียง 2-3 นาที
  • 30 มีนาคม 2569: ทีมงานโทรสอบถามคิวเข้าพบ หน้าห้องให้ติดต่อสอบถามอีกครั้ง
  • 31 มีนาคม 2569: ทีมงานสอบถามคิวเข้าพบ หน้าห้องให้สอบถามอีกครั้ง
  • 16 เมษายน 2569: ทีมงานโทรหาหน้าห้องเพื่อสอบถามคิว แต่หน้าห้องไม่รับสาย
  • 19 เมษายน 2569: หน้าห้องอธิบดีติดต่อกลับ แจ้งว่าเพิ่งเห็นสายที่ไม่ได้รับ และแจ้งคิวให้ทีมงาน ทีมงานขอคอนเฟิร์มกับซีอีโอก่อน ต่อมาทีมงานติดต่อกลับแจ้งว่าซีอีโอสะดวกเข้าพบในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่กรมฝนหลวง แต่หน้าห้องอธิบดีติดต่อกลับมายกเลิกการเข้าพบ อ้างว่าดูคิวผิด
  • 24 เมษายน 2569: ทีมงานโทรหาหน้าห้องอีกครั้งเพื่อสอบถามคิวใหม่ หน้าห้องอ้างว่าไม่สะดวกคุยและตัดสายไป

ปฏิเสธข่าวคลิป 4K และการของบประมาณ

นายวุฒิภูมิยังชี้แจงถึงประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่ามีคลิป 4K ที่บันทึกการสนทนาระหว่างตนกับอธิบดี โดยยืนยันว่าไม่มีคลิปดังกล่าวแน่นอน เนื่องจากจากไทม์ไลน์ที่แสดงให้เห็น ไม่มีช่วงเวลาใดที่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันโดยตรง นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าไม่เคยมีการพบปะ มอบกระเช้าหรือส่งของใดๆ ให้กับอธิบดีทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ไม่มีการของบประมาณหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ และไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นนอกจากการนัดหมายเท่านั้น

ข้อสังเกตจากอดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการซ่อมบำรุงเครื่องบินฝนหลวง ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขอรับการจัดสรรงบประมาณเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท มักออกประกาศจัดซื้อจัดจ้างหรือทีโออาร์ที่อาจเอื้อให้เกิดปัญหาล็อกสเปก หรือมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนต่างราคาจากโครงการดังกล่าว นายชัยวัฒน์ย้ำว่าปฏิบัติการฝนหลวงคือความหวังของเกษตรกร เครื่องบินฝนหลวงทุกลำจึงควรดำเนินการอย่างโปร่งใสโดยผู้มีความซื่อสัตย์

เรืองไกร-ศรีสุวรรณ ยื่นสอบสุริยะ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมายอิสระ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ โยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ประกอบมาตรา 160 หรือไม่ พร้อมขอให้นายสุริยะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี หลักฐานที่ส่งให้กกต.รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายสุริยะที่ยอมรับว่าหลานชายได้ติดต่อไปยังนายราเชนเพื่อขอดูงบประมาณปี 2570 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่านายสุริยะเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ซึ่งห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน และอาจเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 184 รวมทั้งขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่